Facebook CVT สำหรับการเชื่อมโยงในทุกมิติ คลิกที่นี่


ผู้เขียน หัวข้อ: ///ขี่"บิ๊กไบค์"อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ใช่แค่ใส่หมวกใบเดียว"///  (อ่าน 3984 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Dum-Devil

  • มอไซด์ 250 CC.
  • ***
  • กระทู้: 114
  • ถูกใจให้เลิฟๆ 6
  • เผื่อที่ความผิดพลาดของผู้อื่น อย่าเชื่อใจรถอื่น
    • S2space Racing : รวมพล คนชอบซิ่ง
ขับขี่ "บิ๊กไบค์"อย่างไรให้ปลอดภัย ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ใส่หมวกกันน็อค เพียงใบเดียว ทักษะการขับขี่ที่ถูกต้อง การขับขี่ปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ



*** อยู่ที่ทักษะการขับขี่ที่ถูกต้อง ท่าทางขับขี่ การเข้าโค้ง ในทุกย่านความเร็ว การใช้คันเร่ง ใช้เบรค เอ็นจิ้นเบรค การควบคุมการขับขี่ในแต่ละสภาพถนน การประเมินสถานการณ์ขับขี่อย่างปลอดภัย...

***** เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ยิ่งกับมือใหม่ การอบรมฯจะช่วยได้มาก แล้วมาเรียนรู้... ฝึกฝน จนชำนาญ...การขับได้กับ...ขับเป็นและอย่างปลอดภัย...สำคัญมากๆ...



*** ปัจจุบันเราจะได้ยินข่าว....อุบัติเหตุที่เกิด­ขึ้นกับ.... บิ๊กไบค์บ่อยครั้ง....ส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนใหญ่ยังขาดประสบการณ์ ยังไม่มีความชำนาญมากพอ อุบัติเหตุจึงเกิดเพิ่มมากขึ้น โดยคนทั่วไปจะแยกไม่ออกว่า Bigbike หรือรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป เกิดจากการคาดระยะการเข้าถึงของ Bigbike...ผิดไป การเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่รุนแรง เกิดการพลิกคว่ำ เฉี่ยวชน หรือประสานงากันขึ้น ไม่น่าเชื่อว่า ปัญหาที่เกิดส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนใหญ่เกิดขึ้นจาก " ขี่ไม่เป็น " ล้วนๆ....หรือรู้ไม่เท่าทัน ซึ่งอยู่ที่เทคนิคการขับขี่อย่างไร ให้เกิดความปลอดภัยเเละไม่สร้างความเดือดร้อนทั้งต่อตัวเราและให้เเก่ผู้อื่น   กับ 2 ล้อ เนื้อหุ้มเหล็ก ยังไงก็เสี่ยง


***...อุบัติเหตุ Bigbike ทุกวันนี้ ..... ส่วนใหญ่ รถยนต์ รถ ใหญ่ คนเดินถนนทั่วไป จะประเมินคาดการณ์ ความเร็วในการวิ่งมาถึงตัว....ของรถ BigBike ต่ำกว่า......ความเป็นจริง ถ้าเทียบกับ...รถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป....รถBigBike ความเร็วในการเข้าถึง...จะเร็วกว่ารถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปมากเป็นสามเท่า ซึ่ง BigBike ที่เกิดเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากคู่กรณีการคาด..ผิด.... ยิ่งเดี๋ยวนี้สมรรถนะรถดีขึ้น ความเร็วสูงขึ้น อันตรายมากขึ้น ." คนขับรถยนต์ที่ไม่รู้จักบิ๊กไบค์ พอเห็นไฟปุ๊บ พุ่งออกหรือปาด คิดว่ามีระยะพอ แต่กลายเป็นว่าไม่กี่วินาที...รถก็มาถึงแล้ว.... ตูม " กลางลำ เพราะการประมาทเพียงวินาทีเดียวนั่นหมายถึง.......ชีวิต


*** หามาตรการ....หรือกฎความปลอดภัยให้แก่ตนเอง.....ปลอดภัยทั้งต่อตัวเรา เเละไม่สร้างความเดือดร้อนทั้งต่อตัวเราและให้เเก่ผู้อื่น รวมทั้งคนใกล้ชิด คนที่ห่วงใย จะห่วงเป็นพิเศษ...กับ 2 ล้อ เนื้อหุ้มเหล็ก ยังไงก็เสี่ยง



*** รวมทั้งการประเมินสถานการณ์ขับขี่ สภาพถนนแต่ละพื้นที่ ..........

ถนนและลักษณะของพื้นผิวของถนน มัน เงา ด้าน ลื่น เส้นแบ่งถนน นูน ฝาท่อ ต่างๆ ทราย คนข้าม ถนน หมา แมว
ถนนที่มีการซ่อมแซม ฝุ่นทราย ต้องประเมิน แผ่นเหล็กบนถนนที่กำลังซ่อมแซม การใช้เบรค คันเร่ง เอ็นจิ้นเบรค ให้เหมาะสม หรือพื้นผิวถนนที่เปียก มีโคลนเลน ซึ่งล้วนอันตราย...ถ้าใช้การขับขี่ หรือการเบรคปกติ ต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสถานการณ์


*** สังเกตุ....รถที่ขับรอบๆตัวเรา .....อยู่ข้างหน้า ข้างๆ ข้างหลัง ลักษณะสภาพแวดล้อมรอบด้านรวมถึงลักษณะอาการของการขับขี่ของผู้ร่วมทาง รถแต่ละชนิด จะบ่งบอก ...รถตู้ รถเมล์ แว๊นซ์อื่นๆ รถยนต์ทั่วไป ท่าทีแต่ละคัน ตั้งท่าออก เปลี่ยนเลน ยังไง ให้คาดสถานการณ์ ล่วงหน้า โดยเฉพาะเขตชุมชน

*** รถแท็กซี่ มี/ไม่มีผู้โดยสาร ขับต่างกัน ไม่มีผู้โดยสาร พร้อมจะปาดทันที ถ้าเห็นคนยืนอยู่ริมถนนหรือตั้งท่าเรียก

*** รถโดยสาร รถตู้ วิ่งอยู่เลนกลาง ป้ายรถเมล์ อยู่ข้างหน้า มีคนยืน โอกาสเปลี่ยนเลน....มีสูง......

*** จุดกลับรถ การกลับรถ..กะทันหันเป็นจุดสำคัญ...ที่อันตรายมากที่สุด **

*** จินตนาการ...เตรียมรับสถานการณ์ล่วงหน้า ...ขับในช่องทาง...ที่มองเห็นรถข้างหน้า ไม่จี้ท้าย วิ่งให้รถยนต์....มองเห็นเรา จากกระจกมองหลัง จากข้างๆ เลี่ยงโซนอันตราย....เลี่ยงจุดอับ...จุดบอด รถยกสูง รถใหญ่ รถที่ทำให้เรามองไม่เห็น..ข้างหน้า...อันตราย...ถ้าเราไม่สามารถเห็นเหตุการณ์ข้างหน้า

*** Bigbike มองให้ใกล....อย่าเหม่อ.. อ่านทุกอย่างบนถนนให้ขาด


ขับขี่ แบบ.ไม่รู้..โง่..เซ่อ..เหม่อ...ถึง...ดับ...

 

ใช้ความเร็วให้เหมาะสม อย่าเสี่ยงหรือวัดดวง

โดยเฉพาะจุดที่อันตราย จุดอับจุดบอด ที่เรามองไม่เห็น เขตชุมชน....จุดกลับรถ....แยกวัดใจ....ยิ่
งใช้ความเร็วสูงๆ ยิ่ง...อันตราย


*** จุดกลับรถ ยิ่งตรงหรือเยื้องกับซอย มีโอกาสที่จะโดนตัดหน้า ปาดหรือพุ่งออกมาเลย ระวังกันครับ ตายเพราะเหตุนี้กันเยอะมากๆ

*** ส่วนใหญ่จะเกิดจากความคาดระยะการเข้าถึง...ผิดไป*** ยิ่งกับรถยนต์ จะแยกไม่ออกว่า Bigbike หรือรถ มอเตอร์ไซค์ทั่วไป พอออกมา....ก็กลางลำ สาหัส....สนิท....ถึงดับ....ก็เยอะมากๆ

*** ช่วงนี้.....กระแสบิ๊กไค์มาแรง เข้าถึงง่ายขึ้น " ยิ่งมือใหม่ที่เข้ามาหรือเคยขี่รถเล็ก.......มาก่อน........ แล้วมาขี่บิ๊กไบค์ บวกกับคิดว่าขี่มอเตอร์ไซค์ได้....... เมื่อเจอรถคันใหญ่กว่า สมรรถนะสูงกว่า ความเร็วสูงกว่า น้ำหนักมากว่า ซึ่ง Bigbike มองแล้วดูดี...ดูเท่ห์ แต่เมื่อ.....เจอเหตุการณ์กระทันหัน ด้วยน้ำหนักรถ กำลังแรงเครื่องยนต์ของรถ แรงเฉื่อย การควบคุมรถ..จะยากกว่า ม่ได้..เหมือนรถเล็ก หรือถ้า ตื่นเต้น เมื่อเจอเหตุการณ์ฉับพลัน เกิดอันตรายขึ้น โดยไม่รู้เท่่าทัน เพราะคิดว่าตัวเอง ...." ขี่ได้ "....ซึ่งคนละเรื่องกับ.."ขี่เป็น" .....

***** รวมทั้งที่หนักคือ ไม่เน้น อุปกรณ์ป้องกันตัวเรา. ซึ่งสำคัญมากๆ จัดหนักยิ่งดี....มาก่อนอันดับแรก...มากว่าการแต่งรถ ช่วยผ่อนหนักเป็นเบา และอุปกรณ์ป้องกันปัจุบัน ราคาไม่แพง หาซื้อได้ง่าย...ตามกำลังทรัพย์.....

***** อะหลั่ยมนุษย์ไม่มี รถพังยังซ่อมได้.****.

***** ถ้าเอาไม่อยู่ อย่าหวงรถ...*****





***...อุบัติเหตุ Bigbike ทุกวันนี้ ..... ส่วนใหญ่ รถยนต์ รถ ใหญ่ คนเดินถนนทั่วไป จะประเมินคาดการณ์ ความเร็วในการวิ่งมาถึงตัว....ของรถ BigBike ต่ำกว่า......ความเป็นจริง ถ้าเทียบกับ...รถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป....รถBigBike ความเร็วในการเข้าถึง...จะเร็วกว่ารถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปมากเป็นสามเท่า ซึ่ง BigBike ที่เกิดเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากคู่กรณีการคาด..ผิด.... ยิ่งเดี๋ยวนี้สมรรถนะรถดีขึ้น ความเร็วสูงขึ้น อันตรายมากขึ้น ." คนขับรถยนต์ที่ไม่รู้จักบิ๊กไบค์ พอเห็นไฟปุ๊บ พุ่งออกหรือปาด คิดว่ามีระยะพอ แต่กลายเป็นว่าไม่กี่วินาที...รถก็มาถึงแล้ว.... ตูม " กลางลำ



*** " บิ๊กไบค์"....ขี่ไม่เป็น = ตายสถานเดียว " **** ปรับพฤติกรรมที่ก่อ....ให้เสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ' จุดที่อันตราย มีความเสี่ยง ประเมินความเสี่ยง อย่าวัดดวง ส่วนใหญ่ รถยนต์ รถ ใหญ่ คนเดินถนนทั่วไป จะประเมินคาดการณ์ ความเร็วในการวิ่งมาถึงตัว....ของรถ BigBike ต่ำกว่า..ความเป็นจริง ถ้าเทียบกับ...รถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป....รถBigBike ความเร็วในการเข้าถึง...จะเร็วกว่ารถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปมาก ซึ่ง BigBike ที่เกิดเหตุส่วนใหญ่ คู่กรณี จะมองว่ามีระยะเวลาพอ... ก่อนที่รถ BigBike จะมาถึง ... แต่คิดผิด...ซะส่วนใหญ่



**** อุบัติเหตุไม่มีการต่อรอง โดน หรือไม่โดน รอดหรือสาหัส....ดับ... ****


BigBike ที่เกิดเหตุส่วนใหญ่ ไม่น่าเชื่อว่า ปัญหาเกิดขึ้นจาก "ขี่ไม่เป็น" หรือประมาทล้วนๆ ไม่จากตัวเราก็ผู้อื่น ผ้ใช้รถใช้ถนน ร่วมทาง

 
ดังนั้นการขับขี่ไม่ใช่แบบท้าทายมฤตยู  กล้าจนลืมกลัวตาย   ทักษะต้องดี  มีสติ ไม่ประมาท  อุปกรณ์ป้องกันเพื่อความปลอดภัย สิ่งจำเป็นที่สำคัญๆ ที่ขาดไม่ได้ในการขับขี่ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหมวกกันน็อค ชุดที่ใช้สวมใส่ในการขับขี่ ถุงมือ รองเท้า  และท่องจำให้ขึ้นใจว่าความปลอดภัยต้องมาก่อน เพราะเงินซื้อชีวิตไม่ได้
 ทักษะในการขับขี่ที่ดี   มีทักษะพื้นฐานที่ดี    รู้จังหวะการขับขี่ของรถตัวเอง มีไหวพริบ และการตัดสินใจที่ดี เฉียบขาด  เพราะสภาพถนน และเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อตลอดเวลา ทักษะที่ดี จะช่วยให้การขับขี่ของคุณราบรื่น สนุก และปลอดภัยตลอดทุกเส้นทาง นี่คือองค์ประกอบสำคัญที่ต้องมี  เพื่อสุนทรีย์แห่งการขับขี่ และความปลอดภัยของชีวิต  ซึ่งแค่มีเงินอย่างเดียวขี่บิ๊กไบค์.....ไม่ได้จริงๆ






/// "บิ๊กไบค์"....ขี่ไม่เป็น = ตายสถานเดียว ///

 

จากบทวิเคราะห์  การขับขี่ต้องผ่านการอบรม จะดีกว่า ได้มากกว่าที่คุณคิด  แล้วมาเรียนรู้ศึกษาด้วยตนเองทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ เพิ่มเติม  ดีกว่าไปขับโดยไม่รู้  คิดนึกเอาเอง  เป็นการฆ่าตัวตาย โดยไม่รู้ตัว  สมาชิก บิ๊กไบค์  สูญเสีย  พิการ บาดเจ็บ ล้มตาย มาก็เยอะ  มาเรียนรู้และศึกษาการขับขี่....ให้ถูกต้อง...กันดีกว่า  อย่าคิดว่าตัวเอง 'ขี่ได้' ซึ่งคนละเรื่องกับ 'ขี่เป็น'  [/color][/b]



เรียนรู้การขับขี่ที่ถูกต้อง การประเมินการขับขี่ Bigbike มองให้...ไกลๆ ... อ่านทุกอย่าง..บนท้องถนน...ให้ขาด ประเมินและเตรียมรับ....สถานการณ์.. ต่างๆ มีสติ...อย่าเหม่อ.....อย่าเข้าจุด....อับสายตา  ที่มองไม่เห็น.....ข้างหน้า หรือมุมจุดอับของรถยนต์ ที่มองไม่เห็นเรา ถ้าเราวิ่งตาม...หลังรถยนต์ รถตู้ รถใหญ่ รถบัส รถบรรทุก.....ยิ่งอันตราย

*** ส่วนใหญ่ รถยนต์ รถ ใหญ่ คนเดินถนนทั่วไป จะประเมินคาดการณ์
ความเร็วในการวิ่งมาถึงตัว....ของรถ BigBike ต่ำกว่า..ความเป็นจริง ถ้าเทียบกับ...รถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป....รถBigBike ความเร็วในการเข้าถึง...จะเร็วกว่ารถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปมาก ซึ่ง BigBike ที่เกิดเหตุส่วนใหญ่ คู่กรณี จะมองว่ามีระยะเวลาพอ... ก่อนที่รถ BigBike จะมาถึง ... แต่คิดผิด...ซะส่วนใหญ่เพราะการมองระยะไกลๆๆ บางทีก็แยกไม่ออกว่า BigBike หรือ...รถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป







http://www.er6thailand.com/board/index.php?topic=68280.0



****** "บิ๊กไบค์"....ขี่ไม่เป็น = ตายสถานเดียว *****

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุดกลับรถ U-turn ทางแยกต่างๆๆ ถนนซอยหรือที่เป็นเขตชุมชน ***
แนะนำ *** เข้าเขต....เสี่ยง ปรับ Mode การขับขี่ ระมัด ระวังให้มากขึ้น ประเมินการขับขี่ทั้งเราและผู้อื่นรอบตัว
ปลอดภัยต่อตัวเราและผู้ร่วมถนน ***

******  "บิ๊กไบค์"....ขี่ไม่เป็น = ตายสถานเดียว *****


 /// 9 ข้อปราบเซียน ชี้ชัดว่าคุณยังขับมอไซค์ “ไม่เซียน” ///
http://www.clubversysthailand.com/()/9-13339/


เทคนิคการขับขี่ Bigbike การขับขี่แบบปลอดภัย
http://www.youtube.com/channel/UCDluUZlblPFm03srtemsqZQ


คนที่เก่ง  ไม่ใช่คนที่ขับได้เร็ว  คล่อง  ท้ามฤตยู กล้าจนลืม....กลัวตาย...จนกลายเป็นประมาท

คนที่เก่ง สำหรับผมคือที่ขับได้นานที่สุด โดยอวัยวะอยู่ครบ32ประการ  มากที่สุด ด้วยสติไม่ประมาท ไม่เสี่ยง  ไม่ฆ่าตัวตายบนท้องถนน


การขับขี่ สองล้อ   มีความเสี่ยง  เนื้อหุ้มเหล็ก   คนรอบตัว  ใกล้ชิด  คนข้างหลังจะห่วงมากกว่าปกติ

เราต้องปฎิบัติตัว.....ให้ปลอดภัย  ไม่เสี่ยง ......เพื่อที่จะ  กลับไปหาคน .... ที่รอเราอยู่

เพราะ  2  ล้อ  ยังไงก็เสี่ยง  ประเมินความเสี่ยง  หามาตรการลดความเสี่ยงให้ตนเอง  เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง    +++

ถ้าศึกษา  แล้วสามารถสร้างกฎความปลอดภัย  ให้กับตัวเอง ได้จะยิ่งดี  เพราะ ความสามารถ  ขีดจำกัด ต่างๆๆๆ   ตนเอง   รู้ดี่ที่สุด  จุดเด่น  จุดด้อย

พื้นฐาน ทักษะ การขับขี่ ยิ่ง BigBike สำคัญมาก การใช้เบรค การใช้คันเร่ง  การประเมินสถานการณ์ขับขี่    รวมทั้งสมรรถนะความสมบูรณ์ของรถ

การขับขี่ในแต่ละสถานการณ์   การประเมิน  ทั้งรถ ทั้งคน  จะบอกคุณเอง 

" สำคัญมาก คือเลี่ยงจุดบอด  จุดอับสายตา ยิ่งขับเร็วๆๆ เท่าไหร่ ยิ่งอันตรายๆๆมากๆๆ ถ้าคุณมองไม่เห็นเหตุการณ์ข้างหน้าและรอบตัว "

ในแง่ของเทคนิค ก็อยู่ที่การพัฒนาทักษะ การคุม การเข้าใจรถ ประกอบกัน หมั่นใช้รถบ่อยๆ ออกทริปบ่อยๆ ประสบการณ์จะ ทำให้เราแกร่งขึ้น
กฎจราจร อย่าเสี่ยงในจุดที่ไปจำเป็นอย่างช่องแคบ หรือจุดอันตราย สมาธิ การมองไกล และวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดข้างหน้า "






Bigbike  มองให้...ไกลๆ ... อ่านทุกอย่าง..บนท้องถนน...ให้ขาด 

ประเมินและเตรียมรับ....สถานการณ์.. ต่างๆ  มีสติ...อย่าเหม่อ.....อย่าเข้าจุด....อับสายตา  ที่มองไม่เห็น.....ข้างหน้า 

หรือมุมจุดอับของรถยนต์ ที่มองไม่เห็นเรา  ถ้าเราวิ่งตาม...หลังรถยนต์  รถตู้   รถใหญ่ รถบัส รถบรรทุก.....ยิ่งอันตราย


รู้จักตัวเอง รู้จักรถตัวเอง อ่านเกมบนท้องถนนให้ขาด = ไม่ประมาทนั้นเอง "



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23/03/15 @08:00:12 โดย Dum-Devil »

เผื่อที่ให้ความผิดพลาด..ผู้อื่นอย่าเชื่อใจ..รถคันอื่น อุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องเวรกรรมแต่เป็นการกระทำที่ประมาท เอาไม่อยู่อย่าหวงรถ

Dum-Devil

  • มอไซด์ 250 CC.
  • ***
  • กระทู้: 114
  • ถูกใจให้เลิฟๆ 6
  • เผื่อที่ความผิดพลาดของผู้อื่น อย่าเชื่อใจรถอื่น
    • S2space Racing : รวมพล คนชอบซิ่ง
การปรับเปลี่ยนวิธีการขับ โดยใช้ " S.E.E "    เป็นข้อปฏิบัติในสถานการณ์ต่างๆ

/////////   การค้นหา(Search)
///////////////     การประเมิน(Evaluate)
/////////////////////     ปฎิบัติ(Execute)


Search
* มองกวาดทั่วๆรอบๆ มองให้ไกล เลยคันหน้า..ถัดไป ..ถัดไป .. ไม่เพ่งไปที่จุดใดจุดหนึ่ง มองไปมาตลอด
* สำรวจรอบๆ  ทั้งสองด้าน   ด้านหลัง หมั่นมองกระจกข้าง   ทั้งสองข้าง เช็ครอบๆๆตัว
*  คอยดูตำแหน่งรถ รถข้างๆๆ  และการจราจรรอบตัว สภาพถนนที่น่าจะเกิดอันตราย  คาดการณ์ถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น
*  จุดสำคัญที่ต้องเลี่ยงอันตรายและช่องทางในการหลบหลีกหรือเลี่ยง
Evaluate
* ดูว่ารอบตัวมีอะไรที่อาจจะเป็นภัยต่อเรา  บริเวณที่มี ความเสี่ยงสูง 
* ถนนและลักษณะของพื้นผิวของถนน  มัน เงา ด้าน ลื่น เส้นแบ่งถนน นูน ฝาท่อ ต่างๆ  ทราย คนข้าม ถนน หมา แมว
* รถตู้ รถเมล์ แว๊นซ์อื่นๆ รถยนต์ทั่วไป ท่าทีแต่ละคัน ตั้งท่าออก เปลี่ยนเลน ยังไง ให้คาดสถานการณ์ ล่วงหน้า  เขตชุมชน
* จุดกลับรถ การกลับรถกะทันหันเป็นจุดสำคัญที่อันตรายมากที่สุด   

Execute

* หลบเลี่ยงจุดที่อาจจะเกิดอันตราย ทางร่วมทางแยก จุดกลับรถ  ปรับตำแหน่ง และ/ หรือทิศทาง 
*  คาดการณ์ถึงปัญหาที่น่าจะเกิดอันตราย 
* รถตั้งท่าจะเบี่ยง ก็เบรค หรือ ชะลอ แล้วหาทางหลบไปอีกทาง
* น้องหมาทำหน้างงๆ ก็ผ่อนซักนิด บีบแตรเตือนซักหน่อย
* รถตู้ เข้า-ออกป้าย ก็หลบๆซะนิด
 

นอกจากนั้นก็
* สติ - ถ้าเป็นพวกขี่แล้วเหม่อ ก็ปรับตัวเอง  สติ  จดจ่อกับการจราจรรอบตัวข้างต้น   
* ทักษะ - ฝึกเท่านั้น ระมัดระวัง     ไม่ประมาท
* ความพร้อมที่จะล้ม (เครื่องป้องกัน ) "

 ****** ลดอันตรายและความรุนแรงของอุบัติเหตุให้น้อยลง  โดยใช้ " S.E.E "    มาช่วยในการวิเคราะห์ ประเมิน....คาดการณ์ ดูว่า อะไรเกิดขึ้น เลือกตำแหน่ง ช่องเดินรถ ช่วยการมองเห็น  ลดความเร็วลงเมื่อถึงจุดเสี่ยง  จุดอันตราย    ทางสี่แยก ( จุดบอด )   เนื้อหุ้มเหล็ก  ยังไงก็เสี่ยง  ประเมินความเสี่ยง  เพื่อความปลอดภัยของตัวเรา


 
http://www.youtube.com/v/9XD2NKiojuk&rel=0

สำคัญมาก ความปลอดภัย การใช้ความเร็ว ที่เหมาะสม  จังหวะ การขับขี่

อยู่ที่การประเมินคาดการณ์  สถานการณ์  ข้างหน้า  มองให้ไกล  และมีเวลาที่เรา มีสติ

จะตัดสินใจ
ใช้อะไร รับสถานการณ์ ที่ จะเกิด ขึ้นข้างหน้า แล้วแต่สถานการณ์

ซื่ง ดีกว่า วิ่งเข้าไปแล้วไม่ทันตั้งตัว   เอา....อยู่   ไม่...อยู่  ก็ว่ากันไป ไครจะใช้ ...

เบรค เพื่อหยุดรถในกรณีฉุกเฉินได้ดีกว่ากัน   หรืออาจจะ.......ไม่ทัน......ได้เบรคเลย


*****  ถ้าสามารถสร้างจินตนาการ สมมติตนเอง อยู่ในเหตุการณ์ จะแก้ปัญหา    วิธีหรือทางออกอย่างไร 

บางครั้ง...เป็นนาทีชีวิต  ชี้..เป็น..ตาย  ได้เลย   ***    :-\   :-X
/// บาดเจ็บ  อุบัติเหตุ BigBike การช่วยเหลือเบื้องต้น ///


โดย  คำนึง  ถึง

***   ก่อนเกิดเหุตุ     ;)

***  ระหว่างเกิดเหตุ     :-\

***  หลังเกิดเหตุ        :133:

***  และเหตุการณ์ต่อเนื่องที่จะตามมา     :5:


เช่น ถ้าโดนชนล้มแล้ว  อยู่กลางถนน    โอกาสที่จะโดนชนซ้ำ  มีสูงงๆๆๆ

อย่าหวังความช่วยเหลือจากผู้อื่น  ส่วนใหญ่จะไม่ทันการณ์  หรือสายไปแล้ว 




*****   ถ้าคุณขับขี่แบบข้ามาคนเดียว   พยายาม  บันทึกเบอร์  ช่วยเหลือฉุกเฉิน   ตำรวจ   

จส.100  ร่วมด้วยช่วยกัน โดยเฉพาะสถานีวิทยุ  เพื่อการจราจร เกิดเหตุจะช่วยได้มาก  เพราะจะช่วยติดตามในช่วงวิกฤติที่ไม่รู้จะพึ่งพาไคร

และที่สำคัญ  มีสมาชิกที่มีจิตอาสา  ค่อนข้างเยอะๆๆๆมาก  ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่สำคัญในการช่วยชิวิต ผู้คน  เพราะอุบัติเหตุในบางสถานการณ์

ในเวลาไม่กี่นาที  ชี้เป็น  ชี้ตายได้เลย  ยิ่งถ้าได้รับการช่วยเหลือจากการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้อง   ช่วยลดความรุนแรงที่จะตามมา

ทั้งลดอาการที่จะพิกล พิการ ได้  จากการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ถูกหลัก  ถูกต้องวิชาการปฐมพยาบาล   ยิ่งได้รับการช่วยเหลือเร็วเท่าไร 

ก็เป็นผลดีกับผู้บาดเจ็บ โดยเฉพาะ ชาวสองล้อ บาดเจ็บจะมาจากการ กระแทก  การชน  ซะเป็น ส่วนใหญ่   

อะไรก็เกิดบนท้องถนน  ได้ค่อนข้างเยอะ  อย่างที่คาดไม่ถึง   หรือคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้  ก็เกิดขึ้นได้ 
    *****     


 : ***  ส่วนใหญ่ที่เจอ ประสบกับตนเอง มา  หลายครั้ง"  ชาวสองล้อด้วยกัน  จะช่วยเหลือดูแลกันมากกว่า  "

 
ชาวรถอื่นๆๆๆ  โดยเฉพาะรถใหญ่.......เพราะส่วนหนึ่ง คิดว่าธุระไม่ใช่  ถ้าหนัก....คิดไปเชิงลบ  ก็สมน้ำหน้า ซิ่งดีนัก  ซึ่งก็แล้วแต่บุคคล   ห้ามกันไม่ได้   

หรือกลัวการเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จะโดนเหมา เอาได้ ว่า เป็นคู่กรณี   ถ้าเกิดเจ็บ   สาหัสแล้วตาย   *****
   

รถใหญ่จะคิดเยอะ  คิดมากกว่า   ที่จะสนใจช่วยเหลือ   เพราะนอกจาก คนๆๆนั้นๆๆจะเป็นผู้มีจิตอาสาจริงๆๆ  อย่างมากก็โทรแจ้งตำรวจ 

เพราะอันนี้ สำคัญ ถ้าเวลาที่คุณเดินทางคนเดียวแล้วเกิดเหตุอะไรขึ้น   การหวังความช่วยเหลือจากผู้อื่น  นั้นยากมาก  เหมือนกัน  ก็แล้วแต่สถานการณ์นั้นๆๆๆ

เคยเจอแบบเลวร้ายๆๆ เลย  จยย.ล้มซ้ายข้างทาง คนขับ นอนนิ่ง นานมากหลายนาที  รถขับผ่านไป ผ่าน มาหลายคัน ไม่มีจอดช่วย  มีแค่หยุด...ดู   แล้วก็ไปจน

จนมีมอเตอร์ไซค์ผ่าน จอดเข้ามาช่วยเหลือ โทรแจ้งหน่วยกู้ภัย  แจ้งตำรวจ  ถือว่าผู้ขับขี่ที่ประสบเหตุ ขาดการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที  สักพักหน่วยกู้ภัย  ก็มาช่วยๆๆ

ถ้าคุณเจอเหตุการณ์ แบบนั้น ..... อันตรายครับ ถ้าช่วยๆไม่ทัน   


///////  ทหารยังมีซ้อมรบ ฝึกสถานการณ์ ให้คิด   วิเคราะห์และแก้ปัญหา  เพราะในสถานการณ์  เหตุการณ์  หรือการรบจริง จะมัวมานั่งนึก จะไม่ทันการ

ทุกอย่าง  ถ้าผ่านการฝึก การคิด จะเป็นไปโดยอัติโนมัติทันที  เมื่อเข้าสู่สถานการณ์ 




 +-+-+  เราเองก็เช่นกัน  ถ้าได้ซ้อมได้ลองใช้ความคิด  สมมติเหตุการณ์ เมื่อเจอกับตัวเอง   

จะได้รู้วิธี  เอาตัวรอดหรือตั้งหลักทัน   เพราะช่วงเวลานั้น นาทีนั้น  สติสัมปชัญญะคุณจะไม่เต็มร้อย   ทั้งรถ  ทั้งคน  ความระลึกได้และความรู้สึกตัว 

และความรอบคอบ กับสถานการณ์ตรงนั้น หายไป  จะทำอะไรต้องมีสติสัมปชัญญะ  แต่ณ ตอนนั้นจะอื้ออึง  ไปหมด


ยื่งถ้าบาดเจ็บด้วย ความมีสติ ความนึกได้ให้เป็น จะหายไปมากกว่าสถานการณ์ปกติ  ยิ่งถ้าสติ  ความคิดคุณว่างเปล่า ในตอนนั้น
ยิ่งสถานการณ์  ส่อว่าหนักๆๆมากๆๆ  กับสิ่งที่จะตามมา 
   +-+-+ 


/// การประเมินขับขี่ ... ถนน 3 เลน ///
http://www.er6thailand.com/board/index.php?topic=56843.0
ขับขี่ "บิ๊กไบค์"อย่างไรให้ปลอดภัย ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ใส่หมวกกันน็อค เพียงใบเดียว ทักษะการขับขี่ที่ถูกต้อง การขับขี่ปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ
ทักษะการขับขี่ที่ถูกต้อง ท่าทางขับขี่ การเข้าโค้ง ในทุกย่านความเร็ว การใช้คันเร่ง ใช้เบรค เอ็นจิ้นเบรค
การควบคุมการขับขี่ในแต่ละสภาพถนน การประเมินสถานการณ์ขับขี่อย่างปลอดภัย...

***** เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ยิ่งกับมือใหม่ การอบรมฯจะช่วยได้มาก แล้วมาเรียนรู้... ฝึกฝน จนชำนาญ...การขับได้กับ...ขับเป็นและอย่างปลอดภัย...สำคัญมากๆ...

 :-\   //////  เพราะ  2  ล้อ เนื้อหุ้มเหล็ก   ยังไงก็เสี่ยง  ประเมินความเสี่ยง  หามาตรการลดความเสี่ยงให้ตนเอง  เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง   +++

ถ้าศึกษา  แล้วสามารถสร้างกฎความปลอดภัย  ให้กับตัวเอง ได้จะยิ่งดี  เพราะ ความสามารถ  ขีดจำกัด ต่างๆๆๆ   ตนเอง   รู้ดี่ที่สุด  จุดเด่น  จุดด้อย

พื้นฐาน ทักษะ การขับขี่ ยิ่ง BigBike สำคัญมาก การใช้เบรค การใช้คันเร่ง  การประเมินสถานการณ์ขับขี่    รวมทั้งสมรรถนะความสมบูรณ์ของรถ

การขับขี่ในแต่ละสถานการณ์   การประเมิน  ทั้งรถ ทั้งคน  จะบอกคุณเอง 

" สำคัญมาก คือเลี่ยงจุดบอด  จุดอับสายตา ยิ่งขับเร็วๆๆ เท่าไหร่ ยิ่งอันตรายๆๆมากๆๆ ถ้าคุณมองไม่เห็นเหตุการณ์ข้างหน้าและรอบตัว "



****  เพราะบางครั้ง  ถ้าเราขับขี่  โดยประมาท   ส่วนหนึ่งก็มาจากการไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา    ถ้าเกิดแล้ว  อะไรจะเกิด
 หรือตามมาบ้าง  อุบัติเหตุส่วนใหญ่บนท้องถนน  ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดก็คือ  ชาวสองล้อเรา  นี่เอง   *****   

***** แชร์เป็นประสบการณ์กันครับ เพื่อให้เพื่อนสมาชิก ระมัดระวังกัน ******
จังหวะการขี่ที่เหมาะสมเป็นเรื่องที่สำคัญ บางคนมีความเชื่อว่าขี่รถช้าจะปลอดภัย ในขณะที่บางคน
เชื่อว่าขี่รถเร็วจะปลอดภัย สิ่งที่จะบอกได้ว่าขี่ช้าหรือเร็วจะปลอดภัยกว่ากันคือ สภาพแวดล้อมในการขี่รถ
เช่น การจราจร ทางร่วม ทางแยก ยูเทิร์น (อันตรายสุด) สภาพถนน สภาพอากาศ สภาพรถที่เราขี่อยู่ เป็นต้น
การที่จะขี่รถได้ปลอดภัยเราควรคำนึงถึงสิ่งรอบตัวเป็นหลัก รู้จักใช้จังหวะในการขี่รถที่เหมาะสม,
ใช้ความเร็วที่เหมาะสม เช่น ขี่ช้าในเมืองที่มีสภาพการจราจรที่ติดขัด ขี่เร็วขึ้นเมื่อถนนโล่ง
แต่ไม่เร็วเกินความสามารถของเรา
ประเมินสภาพโดยรอบที่เราใช้ถนน ประเมินผู้ขับขี่ รถ และสภาพรถที่อยู่ด้านหน้า หรือข้างๆเรา
เพศและวัย ลักษณะรถแต่ง รถซิ่ง เช่น รถแท็กซี่ที่มีผู้โดยสารกับไม่มีผู้โดยสาร จะบ่งบอกลักษณะและพฤติกรรมการขับขี่เบื้องต้น
การตัดสินใจของผู้ขับขี่ที่จะส่งผลมาถึงเรา ถ้าเราขับขี่อยู่บนท้องถนน
เป็นการประเมินสถานการณ์การขับขี่ ให้ปลอดภัยทั้งต่อตัวเราและผู้อื่น
ซึ่งในสถาพถนนปกติ การที่เราใช้ความเร็วมากกว่าสภาพการจราจรโดยรอบเล็กน้อย
จะช่วยให้เราปลอดภัยกว่าการใช้ความเร็วเท่ากัน หรือ ช้ากว่า
นอกจากนี้เราสมควรที่จะมองหา “ทางออกฉุกเฉิน” เผื่อไว้ด้วยตลอดเวลา เช่น กรณีที่มีการเบรกกระทันหัน
นอกจากเราจะต้องกะระยะและน้ำหนักกดเบรกแล้วเรายังต้องเผื่อหาพื้นที่ในการหลบด้วย เพื่อกรณีที่เรา
กดเบรกตามแผนแล้วแต่ระยะทางไม่พอ จะได้ไม่ต้องใช้กันชนคันหน้าในการหยุดรถ พยายามมองกระจกหลังบ่อยๆๆ
จะได้รู้สภาพถนนโดยรอบตัวเรา เกิดเหตุอะไรด้านหน้า จะได้มีทางเลือกที่จะหลบหลีกได้ทัน
เผื่อที่ให้ความผิดพลาดของผู้อื่นความผิดพลาดของผู้อื่นในกรณีนี้หมายถึงผู้ร่วมใช้ถนนอื่นๆ เช่น เลี้ยวกระทันหัน
โดยไม่เปิดไฟเลี้ยว, จอดโดยไม่ให้สัญญาณ และอื่นๆอีกมากมาย การที่เราจะขี่รถได้อย่างปลอดภัย
เราต้องเผื่อที่ให้ผู้อื่นได้ทำความผิดพลาดโดยที่ไม่กระทบกระเทือนเรา
ก่อนอื่นเราต้องยอมรับว่า “เราไม่สามารถแก้ไขความผิดพลาดของผู้อื่นได้ ” วิธีแก้ปัญหาคือ
เราต้องมองสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นให้ออก แล้วเว้นที่ว่างให้ความผิดนั้นเพื่อจะไม่กระทบกระเทือนเรา

 

 

*** ขับเร็วผิดที่ ผิดเวลา ความเสี่ยงสูง อันตรายต่อตัวเรา และที่สำคัญคนเดินถนน อาจซวยโดยไม่รู้ตัว จากความประมาท ของผู้ขับขี่ ***

*** รู้จักใช้จังหวะ...ในการขี่รถ ใช้ความเร็วที่เหมาะสม เร็วในที่ควรเร็ว ช้าในที่ควรช้า ปลอดภัยทั้งเราและผู้อื่นที่ร่วมใช้ถนน ***

สำหรับบางคนมอเตอร์ไซค์คือยานพาหนะประจำวัน บางคนคืองานอดิเรก
(แต่ถ้าเป็นชาวพายุขนานแท้หล่ะก็มอเตอร์ไซค์เป็นยิ่งกว่าสิ่งเสพติด ถ้าไม่ได้ขี่อาจมีอาการลงแดงได้)
แต่จุดมุ่งหมายของทุกคนคือการเดินทางไปยังเป้าหมายอย่างปลอดภัย เรามาดูข้อคิด 5 ข้อที่จะช่วยให้เราขี่รถได้สนุกและปลอดภัยมากขึ้น
///// 1. อย่าเชื่อใจรถคันอื่น //////
เรียนรู้ที่จะเชื่อใจคนๆเดียวเท่านั้นคือ ตัวเราเอง เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเห็นหรือจำเป็นต้องขับเข้าไปใกล้ๆ รถลักษณะดังต่อไปนี้
มีรอยบุบ รอยชนร่องรอยเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงการตัดสินใจที่”ผิดพลาด”ของผู้ขับในอดีต ซึ่งเราคงไม่อยากเข้าไปมีส่วนร่วม
ในการตัดสินใจครั้งใหม่ของพี่เค้าแน่ๆ
สกปรกและไม่ได้รับการเอาใจใส่ อันนี้ไม่ได้หมายถึงรถเก่า แต่โปรดจินตนาการถึงรถที่มีฝุ่นเกาะหนาๆ ประมาณว่า
ตั้งแต่ซื้อมาพี่แกยังไม่คิดจะล้าง ไม่สามารถระบุสีที่แท้จริงของรถได้ ไฟเลี้ยวแตก กระจกไม่ครบ ป้ายทะเบียนห้อย ฯลฯ
สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความไม่เอาใจใส่ ซึ่งอาจส่งผลถึงพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ใส่ใจรถคันอื่นบนถนนด้วย
(คิดดู รถตัวเองมันยังไม่ใส่ใจ แล้วเราอยู่ข้างๆ จะรอดมั๊ยเนี่ย…) เราควรเพิ่มความระวังและอยู่ห่างรถที่มีลักษณะเหล่านี้
*** นอกจากนี้รถบางชนิดยังสามารถเตือนให้เราระวังเป็นพิเศษเช่น รถ... ***

รถแท็กซี่ : อย่าพยายามวิ่งอยู่ด้านซ้ายของเค้า เพราะแท๊กซี่ไม่มีป้ายจอดเหมือนรถเมล์ ฉะนั้นเมื่อใดที่เค้าเห็นคนยืนชะเง้อมอง
ออกมาที่ถนน ทำท่ายกแขนออกนอกลำตัวเพียงนิดเดียว พี่แกหักเข้าหาทันทีโดยไม่สนว่าตอนนั้นรถตัวเองจะอยู่ในตำแหน่งใดของถนน!!!
อีกอันนึงคือเวลารถติดแล้วเราชาวมอเตอร์ไซค์วิ่งเลาะบริเวณระหว่างเลน ก็ให้ระวังผู้โดยสารในรถแท๊กซี่จะเปิดประตูออกมาจ๊ะเอ๋เอา
เดี๋ยวจะกลายเป็นซุปเปอร์แมนแบบไม่รู้ตัว

รถกระบะหรือปิ๊กอัพ อย่าแลกครับ เสี่ยงมาก เพราะส่วนใหญ่เป็นรถส่งของและคนขับไม่ใช่เจ้าของรถฉะนั้นพี่แกจะซัดไม่เลี้ยง ขนาดของรถไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเค้า มีรูเป็นมุด เห็นรถคันอื่นบนท้องถนนเป็นเสมือนกรวยยางเอาไว้วิ่งสลาลอม แล้วยิ่งปิ๊กอัพสมัยนี้เครื่องแรงมากวิ่ง 180 นี่หนมๆ ทางที่ดีให้พี่เค้าไปก่อนดีกว่า
รถแต่งเลียนแบบรถแข่ง หลายคนแต่งเพื่อความสวยงาม แต่ก็หลายคนเหมือนกันที่แต่งแล้วเอาไว้ซิ่งบนถนน...เพราะเข้าใจว่าตัวเองนามสกุล ชูมักเกอร์ อันนี้ถ้าเราเจอเปิดทางให้พี่เค้าไปก่อนเลย เดี๋ยวเค้าก็ไปเจอกับไอ้ปิ๊กอัพคันเมื่อกี๊หน่ะแหละ...
รถ 4x4 ที่ยกสูง นานๆจะเจอที แต่ถ้าเจอให้ห่างไว้จะดีกว่า เพราะลำพังรถยนต์ด้วยกันเค้ายังมองลงมาไม่ถนัดเลย แล้วถ้า 2 ล้ออย่างเราไปขี่หรือจอดอยู่ใกล้ๆ กลัวจะกลายเป็นลูกอมของเค้าไปหน่ะสิ
รถที่ขับโดยผู้หญิงและคนชรา อันนี้ไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกหรือโอ้อวดนะครับ แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีปัญหากับการตัดสินใจทำให้อาจมีอาการยึกยักในบางจังหวะ ส่วนคนแก่นอกจากเรื่องการตัดสินใจแล้วยังมีเรื่องของสายตาที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าปกติด้วย ฉะนั้นอย่าพยายามเดาใจเค้า ทิ้งระยะห่างให้ชัวร์หรือถ้ามีโอกาสก็แซงให้ผ่านไปซะ
รถมอเตอร์ไซค์ พวกเราสองล้อด้วยกันเองนี่แหละ โดยเฉพาะบรรดา ”เด็กแว้น” , “เด็กแซ้บ” (มีชื่อเรียกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่) สังเกตได้จากการตกแต่งรถ เช่น ยางเล็ก, สวิงอาร์มสั้น, แฮนด์หมอบ, ท่อแต่ง ฯลฯ คงไม่ต้องบรรยายมากเป็นอันรู้กันสำหรับพฤติกรรมการขับขี่ ปล่อยน้องเค้าไปครับ อย่าไปวัดกะเค้า ผมหล่ะ....กลัวใจจริงๆ แต่ก็ใช่ว่าบรรดารถมอเตอร์ไซค์ใหญ่จะขี่ดีมีมารยาททุกคนนะครับ ไอ้ที่เปรี้ยวปริ๊ดส์ก็เยอะ ยังไงก็ให้เค้าผ่านไปก่อนละกัน ไม่เป็นไรเราไม่รีบ เดี๋ยวไฟแดงหน้าก็เจอกันอยู่ดี
จะเห็นได้ว่าเราไม่สามารถเชื่อใจรถคันอื่นบนถนนได้เลย....นอกจากนี้เราควรเพิ่มความระมัดระวัง.....ในรถบางประเภทให้มากยิ่งขึ้น

2. ระวังจุดบอด
ข้อสำคัญที่สุดที่สมควรจำไว้คือ ถ้าเราไม่เห็นหน้าของคนขับในกระจกมองข้างหรือกระจกมองหลังของรถเก๋งคนขับรถคันดังกล่าวก็จะไม่เห็นเราเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามการที่เราเห็นหน้าคนขับในกระจกรถก็ไม่ได้หมายความว่าคนขับดังกล่าวจะมองเห็นเราเสมอไป
ถ้าเราพบว่าเราอยู่ในจุดบอด เราควรเร่งรถหรือใช้เบรคเพื่อออกจากตำแหน่งที่อันตรายให้เร็วที่สุด (เราควรใช้ความเร็วมากกว่าความเร็วของรถคันอื่นบนถนนเล็กน้อยเพื่อไม่ให้รถเราไปแช่อยู่ในจุดบอด) เราควรเตือนตัวเองให้ระวังจุดบอดตลอดเวลา
3. รู้จักจังหวะในการขี่
จังหวะการขี่ที่เหมาะสมเป็นเรื่องที่สำคัญ บางคนมีความเชื่อว่าขี่รถช้าจะปลอดภัย ในขณะที่บางคนเชื่อว่าขี่รถเร็วจะปลอดภัย สิ่งที่จะบอกได้ว่าขี่ช้าหรือเร็วจะปลอดภัยกว่ากันคือ สภาพแวดล้อมในการขี่รถ เช่น การจราจร สภาพถนน สภาพอากาศ สภาพรถที่เราขี่อยู่ เป็นต้น
การที่จะขี่รถได้ปลอดภัยเราควรคำนึงถึงสิ่งรอบตัวเป็นหลัก รู้จักใช้จังหวะในการขี่รถที่เหมาะสม, ใช้ความเร็วที่เหมาะสม เช่น ขี่ช้าในเมืองที่มีสภาพการจราจรที่ติดขัด ขี่เร็วขึ้นเมื่อถนนโล่งแต่ไม่เร็วเกินความสามารถของเรา
ซึ่งในสถาพถนนปกติ การที่เราใช้ความเร็วมากกว่าสภาพการจราจรโดยรอบเล็กน้อยจะช่วยให้เราปลอดภัยกว่าการใช้ความเร็วเท่ากัน หรือ ช้ากว่า
นอกจากนี้เราสมควรที่จะมองหา “ทางออกฉุกเฉิน” เผื่อไว้ด้วยตลอดเวลา เช่น กรณีที่มีการเบรกกระทันหัน นอกจากเราจะต้องกะระยะและน้ำหนักกดเบรกแล้วเรายังต้องเผื่อหาพื้นที่ในการหลบด้วย เพื่อกรณีที่เรากดเบรกตามแผนแล้วแต่ระยะทางไม่พอ จะได้ไม่ต้องใช้กันชนคันหน้าในการหยุดรถ
4. เผื่อที่ให้ความผิดพลาดของผู้อื่น
ความผิดพลาดของผู้อื่นในกรณีนี้หมายถึงผู้ร่วมใช้ถนนอื่นๆ เช่น เลี้ยวกระทันหันโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว, จอดโดยไม่ให้สัญญาณ และอื่นๆอีกมากมาย การที่เราจะขี่รถได้อย่างปลอดภัยเราต้องเผื่อที่ให้ผู้อื่นได้ทำความผิดพลาดโดยที่ไม่กระทบกระเทือนเรา
ก่อนอื่นเราต้องยอมรับว่า “เราไม่สามารถแก้ไขความผิดพลาดของผู้อื่นได้” วิธีแก้ปัญหาคือเราต้องมองสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นให้ออก แล้วเว้นที่ว่างให้ความผิดนั้นเพื่อจะไม่กระทบกระเทือนเรา
**** การที่เราอารมณ์เสีย.....กับความผิดของผู้อื่นไม่ได้ช่วยให้ปัญหาที่เกิดขึ้นหายไป ในทางตรงข้าม......อาจเกิดปัญหาอื่นๆตามมาอีกมากมาย ****
5. การฝึกฝน
เมื่อมีเหตุการฉุกเฉินเกิดขึ้นสิ่งแรกที่เราจะตอบสนองจะมาเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากสัณชาตญานของเราเอง เช่น เมื่อมีรถเลี้ยวตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด เราอาจจะเบรคจนล้อล๊อค หรือบีบทั้งเบรคและครัชในเวลาเดียวกัน จะเห็นได้ว่าบางครั้งสิ่งที่เราตอบสนองไปอาจไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นแต่กลับช่วยให้แย่ลง การที่เราจะแก้ปัญหาเวลาที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน คือการขยันซ้อมจนกลายเป็นนิสัย เช่น การฝึกเบรค, การฝึกเลี้ยวแบบ counter steering , การมองกระจกหลัง, การเหลียวมองรถด้านหลัง, การใช้ไฟเลี้ยว เป็นต้น
ควรฝึกสิ่งเหล่านี้ให้เป็นนิสัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเราจะใช้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้เราควรศึกษาเส้นทางที่เราจะต้องใช้, พื้นผิวถนน, ลักษณะการจราจร, ฯลฯ
การที่เราฝึกสิ่งเหล่านี้.....แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้เราได้ถ้วยรางวัลเหมือนในสนามแข่ง แต่จะช่วยให้เราปลอดภัย....แล้วยังทำให้เราขี่รถอย่างสนุก มีความสุขไปได้อีกนาน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25/03/15 @20:38:48 โดย Dum-Devil »

เผื่อที่ให้ความผิดพลาด..ผู้อื่นอย่าเชื่อใจ..รถคันอื่น อุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องเวรกรรมแต่เป็นการกระทำที่ประมาท เอาไม่อยู่อย่าหวงรถ