Facebook CVT สำหรับการเชื่อมโยงในทุกมิติ คลิกที่นี่


ผู้เขียน หัวข้อ: /// ABS vs. No ABS อย่างไหนดีกว่ากัน ///  (อ่าน 2169 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Dum-Devil

  • มอไซด์ 250 CC.
  • ***
  • กระทู้: 114
  • ถูกใจให้เลิฟๆ 6
  • เผื่อที่ความผิดพลาดของผู้อื่น อย่าเชื่อใจรถอื่น
    • S2space Racing : รวมพล คนชอบซิ่ง
รถสมรรถนะสูง....  ที่....มี/ ไม่มี .. ABS.

ข้อดี ข้อเสียของ ABS. เถียงกันมามากมาย

มีก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็นไร เป็นต้นทุนและเป็นตัวกำหนดราคารถ....ให้แตกต่างกัน

ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน ความต้องการ  รถคันนั้นๆ มี/ ไม่มี .. ABS.

พิจารณา กันดูครับ ABS 
เป็นข้อคิดเห็น นะครับ  เลือกไม่เลือก เอา ไม่เอา อยู่ที่เรา ซึ่งประเมินและยอมรับ ความเสี่ยง  ด้วยตนเอง   อยู่แล้วครับ



ABS  vs. No ABS  อย่างไหนดีกว่ากัน   

 ทุกอย่างมี 2 ด้าน เสมอ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย  ABS ก็เช่นกัน  เป็นเรื่องของความปลอดภัย

มาทำความรู้จักกับ  "  ABS " กันก่อน    รถ CC.. .. มากน้อย ใช้หลักการเดียวกัน  และเพื่อความเข้าใจตรงกัน  ระบบเบรค ABS หรือ  Anti-lock Brake System และใช้  "  ABS "  ให้ถูกต้อง

เทคโนโลยีทางด้านความปลอดภัยที่กลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ในปัจจุบัน ABS หรือ ระบบเบรคป้องกันล้อล็อคดูจะเป็นอะไรที่เราหลายคนอยากให้มีในรถที่ขับ ด้วยความเข้าใจว่ามันจะช่วยให้ความปลอดภัย ทว่าสิ่งที่เราหลายคนลืมไปคือต้องรู้จักมันด้วย

ระบบเบรค ABS หรือ Anti-lock Brake System นั้น เป็นระบบที่ใช้การผสมผสานระหว่างระบบกลไกลและระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยหน้าที่มันคือป้องกันล้อไม่ให้เกิดการล็อคเมื่อมีการใช้เบรกหนัก ทำให้สามารถมีโอกาสในการหลบสิ่งกีดขวางช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้
หลักการทำงานของ ABS นั้นพูดไปก็ไม่ยาก เพราะมันใช้การควบคุมแรงดันน้ำมันเบรคที่ดันผ้าเบรค ทำให้ผ้าเบรคถูกจับแล้วปล่อยในระยะถี่ในอัตราส่วน 16 -50 ครั้ง ต่อวินาทีแล้วแต่ผู้ผลิต ทำให้ล้อนั้นไม่ถูกล็อค เมื่อมีการใช้แรงเบรคหนัก แต่อย่าเข้าใจผิดว่ามี ABS แล้ว ทำให้ระยะเบรคสั้นลง เพราะนั่นเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกัน

หลายคนไม่เคยทราบมาก่อนว่าระบบเบรค ABS นั้นใช้งานอย่างไรกันแน่ แต่ให้จำไว้เลยครับว่า ระบบเบรคนั้นไม่ว่าจะ ABS หรือ ทั่วๆไป สำคัญคือการควบคุมการเบรค ซึ่ง ABS จะเข้ามาทำงานเมื่อระบบตรวจพบว่าล้อนั้นเริ่มมีความเร็วต่ำ (เกิดการลื่นไถลในขณะเบรค) ระบบ ABS ก็จะรับข้อมูลแล้วสั่งการทันใดและเหล่านี้เป็นข้อห้ามในระหว่างการใช้เบรก ABS

1.ห้ามตกใจ!! หลายคนตกใจเมื่อ ABS ทำงาน  เพราะการคุมแรงดันน้ำมันของระบบ ABS นั้นจะทำให้เกิด   แรงสั่นสะเทือน  สะท้านที่เบรค ซึ่งอาจทำให้ หลายคนตกใจ และนำไปสู่อุบัติเหตุ
2.ห้ามย้ำเบรก หลักการทำงาน ABS จำเป็นต้องใช้การตรวจแรงดันเบรก ซึ่งการทำงานของเบรกนั้นเมื่อเรา เบรกก็จะไปเพิ่มแรงดันน้ำมันในปั้มเบรค ซึ่งเมื่อเราคลายน้ำหนักเบรค แรงดันนั้นก็จะลดลง ผลคือ ABS ไม่ทำงาน ดังน้ันจำไว้ว่าอย่าย้ำเบรค
3.อย่าคลายน้ำหนักเบรก เมื่อ เบรกและ ABS ทำงานแล้ว จำไว้ว่า อย่าคลายน้ำหนัก  เบรกให้ค้างไว้ แล้วให้สมาธิกับการหลบหลีก.....และเมื่อพ้นแล้วถึงค่อยคลายน้ำหนักเบรกได้
4.ทางลูกรัง ABS อาจอันตราย นี่เป็นเรื่องที่หลายคนไม่ค่อยทราบ แต่บนถนนบางแบบ ABS อาจเป็นต้นเหตุทำให้อันตราย โดยเฉพาะทางลูกรังหรือโคลนนั้น การเบรคโดยใช้ระบบ ABS อาจทำให้มีระยะทางเพิ่มขึ้นกว่าปกติ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากอัตราการเกาะถนนที่น้อยกว่าในพื้นที่เหล่านี้ ซึ่งการใช้เบรค ABS จะทำให้รถลื่น ในขณะที่การใช้เบรคที่ล้อล็อคปกติ จะทำให้ล้อกดลงไปเพื่อเพิ่มอัตราการเกาะมากกว่า บางครั้งอาจขุดพื้นผิว เพื่อสร้างระยะหยุดที่สั้นกว่า

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ควรรู้เอาไว้เกี่ยวกับระบบ ABS โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้งานจำง่ายๆ อย่าย้ำ อย่าคลายน้ำหนักเบรค    เพราะนาทีสำคัญกับ ABS นั้น   เป็นอะไรที่อาจจะทำให้คุณ.....กลับมาเล่า...เรื่องระทึกขวัญกับเพื่อนๆได้



************** ซึ่งสำคัญมากๆๆๆกับการใช้ ABS. ให้ถูกวิธี **************
เพื่อประสิทธิภาพในการเบรค ที่ดี และเต็มประสิทธิภาพ สมบูรณ์แบบ


บนพื้นถนนที่ลื่น, ถนนลูกรัง, ถนนที่มีน้ำขังหรืออย่างในประเทศที่มีอากาศหนาวมาก ๆ มีแผ่นน้ำแข็งเกาะอยู่ ล้อก็จะถูกล็อกตาย แล้วลื่นไถลไปตามทิศทางของแรงเฉื่อยที่เกิดขึ้น  รถก็จะยังคงไถล ไปตามทิศทางของแรงเฉื่อย อยู่นั่นเอง นี่แหละครับ อันตรายของการที่ล้อล็อกตายในขณะเบรค

ระบบเบรคป้องกันล้อล็อก ABS เกิดมาจากแนวคิดในการแก้ปัญหาการลื่นไถลในขณะเบรค เนื่องจากความฝืดของระบบเบรคมีมากกว่าความฝืดของยางกับพื้นรถ เราทราบกันดีว่า ในขณะเบรคเราไม่ต้องการให้ล้อล็อกตายเพราะจะทำให้ควบคุมรถไม่ได้และการที่ล้อล็อกตายก็เพราะมีแรงจากการเบรคกดอยู่ การทำให้ไม่ให้ล้อล็อก ต้องปลดแรงจากการเบรคออก แต่พอปลดแรงเบรคออก รถก็ไม่หยุด เป็นเงื่อนไขกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น

การออกแบบให้ระบบเบรคทำงานแบบจับ-ปล่อยในจังหวะที่เร็วประมาณ 50 ครั้ง/วินาที เพราะพบว่าถ้า ทำได้เร็วมาก ๆ จะทำให้ได้ผลอย่างที่ต้องการทั้งสองทางคือ การที่ล้อไม่ล็อกทำให้ยังสามารถที่จะควบคุมทิศทางของรถได้ และในขณะเดียวกันก็สามารถทำให้รถหยุดได้ด้วย แต่การที่จะให้ระบบเบรคทำงานอย่างนั้นได้ต้องมีอุปกรณ์ที่ค่อนข้างซับซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ต้องมีตัวตรวจจับการหมุนของล้อ, มีหน่วยประมวลผล เป็นต้น เพื่อรับทราบว่าความเร็วในการหมุนของล้อแต่ละข้างเริ่มจะหยุดนิ่งหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไรก่อนจะสั่งการให้ระบบเบรคทำงาน รวมทั้งมีชุดปั๊มและวาล์วที่สามารถทำงานด้วยความถี่หลายสิบครั้งต่อวินาที

ลักษณะการทำงานแบบจับ ๆ ปล่อย ๆ นี้เองที่ผู้ขับขี่บางท่านสงสัยว่าระบบเบรคในรถของตนจะผิดปกติหรือไม่ เพราะเมื่อเหยียบเบรคแล้วมีแรงต้านกระตุกถี่ ๆ ที่ เบรค ซึ่งในกรณีนี้ถ้าเป็นที่มีระบบ ABS ไม่มีอะไรผิดปกติแต่กลับแสดงว่าระบบทำงานได้ดี แต่ถ้าเป็นรถที่ไม่มีระบบ ABS แล้วมีอาการคล้าย ๆ อย่างนั้น คงต้องนำรถเข้าศูนย์ตรวจเช็กกันเสียทีแล้ว เพราะเบรคอาจจะคดหรือมีชิ้นส่วนอะไรหลุดหลวมก็ได้

ลองดูคลิปกันดูครับ สภาพถนนเปียกลื่น สามารถแยกแยะ  น้ำหนักและรูปแบบการเบรคได้..มากน้อย....แค่ไหน

ABS vs. No ABS




 ** ABS มันเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยให้เราขับขี่ได้ปลอดภัยยิ่งขึ้นครับ แต่ที่สำคัญมากกว่า คือการขับขี่ที่ไม่ประมาทและมีสติ   

กับอุบัติเหตุจากรถ BigBike  บางครั้งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้   ต่อให้รถมีหรือไม่มี ABS ก็อย่าให้เกิดขึ้นดีกว่าครับ  ABS  อาจจะมีส่วนทำให้หนักมากๆๆ กลายเป็นเบาได้ .เท่านั้นเอง ไม่ว่าจะเป็นเพราะทักษะไม่ดี ตัดสินใจพลาด สภาพร่างกาย จิตใจ ณ.ช่วงเวลานั้นๆๆ   ความรีบ   ความเร่ง   เวลาบีบ  เหตุสุดวิสัย ความเสี่ยง  กับสองล้อ แน่นอน มากน้อย  อยูที่การใช้ความเร็ว  สภาพแวดล้อม
พื้นผิวถนนผู้ร่วมทาง  ความประมาททั้งจากเรา หรือผู้อื่น หรือร่วมกัน

*** ดังนั้นลักษณะการเบรคที่ดีและสมบูรณ์  อยู่ที่การใช้และเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์  ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการใช้เบรคหน้า เบรคหลัง   จังหวะ การแยกแยะน้ำหนักจากการเบรคได้ในระดับเชี่ยวชาญ  สั่งได้ดั่งใจ ทั้งการปิดคืนคันเร่ง  การใช้เครื่องยนต์หน่วง  คือใช้ทุกอย่างประกอบการเบรคทุกรูปแบบ   มาพอสมควร ระดับหนึ่ง   ซึ่งแยกแยะการใช้เบรค   ได้อย่างดี  ว่าเบรคแต่ละแบบ จะส่งผลอย่างไรบ้าง


" ABS จะช่วยในวินาทีฉุกเฉิน เมื่อมีความผิดพลาดจนล้อล็อค ไม่ว่าจะเป็นเพราะทักษะไม่ดี เหตุสุดวิสัย  หรือแม้แต่สิ่งที่ ... มองไม่เห็น   กลั่นแกล้งก็ตาม   การที่คุณไม่ต้องบาดเจ็บ ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายจากความผิดพลาดนั้น รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน   เมื่อเทียบกับตัวเรา ถ้าเกิดล้มบาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย หรืออาจ ... บาดเจ็บ   ไม่ว่าเรา หรือ ผู้อื่นที่เป็นผลมาจากเรา  ยิ่งถ้าถึง........ สาหัส มาก น้อย  แค่นี้ก็ประเมินค่าไม่ได้แล้ว 




 เพื่อความปลอดภัยต่อ.....ตนเอง อย่าเชื่อมั่นใน สิ่งหนึ่ง สิ่งใด มากไป ทุกอย่าง มีเหตุและผล
เชื่อใจและเชื่อมั่นในตัวเราเอง  ให้มากที่สุด ผิดพลาด....ให้น้อยที่สุด  เพื่อความสุขในการขับขี่
ว่าเรา...อยู่ ประมาณไหน .... เพื่อสั่งสมให้ยิ่งๆๆ ขึ้นไป   



พิจารณา กันดูครับ ABS  เป็นข้อคิดเห็น นะครับ  เลือกไม่เลือก เอา ไม่เอา อยู่ที่เรา ซึ่งประเมินและยอมรับ ความเสี่ยง  ด้วยตนเอง   อยู่แล้วครับ



*** ระวังกันครับ  ขับขี่ปลอดภัย  ไม่ประมาทดีที่สุด    ***


ABS ก็จำลองมาจากการทำงานของระบบเบรคที่ดีและสมบูรณ์แบบในสภาวะไม่ปกติ   ซึ่ง ABS ไม่ใช่รูปแบบเบรคธรรมดา เบา  ปาน กลาง  เอาอยู่ แต่จะเป็นตัวช่วยรูปแบบเบรคในสภาวะไม่ปกติ  คือเบรคกะทันหัน  เบรคเต็มที่ จนล้อล็อคหรือเกือบล็อค[/b][/color]ไม่ว่าจากสภาพถนนแห้ง  ถนนเปียก ลื่น  ฝุ่น ทราย  กรวด  ลูกรัง   ตะไคร่น้ำ    กับสภาพถนนเมืองไทย 

*** ดังนั้นลักษณะการเบรคที่ดีและสมบูรณ์  อยู่ที่การใช้และเลือกใช้ให้เหมาะกับถานการณ์  ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการใช้เบรคหน้า เบรคหลัง   จังหวะ การแยกแยะน้ำหนักจากการเบรคได้ในระดับเชี่ยวชาญ  สั่งได้ดั่งใจ ทั้งการปิดคืนคันเร่ง  การใช้เครื่องยนต์หน่วง  คือใช้ทุกอย่างประกอบการเบรคทุกรูปแบบ   มาพอสมควร ระดับหนึ่ง   ซึ่งแยกแยะการใช้เบรค   ได้อย่างดี  ว่าเบรคแต่ละแบบ จะส่งผลอย่างไรบ้าง

" ABS จะช่วยในวินาทีฉุกเฉิน เมื่อมีความผิดพลาดจนล้อล็อค ไม่ว่าจะเป็นเพราะทักษะไม่ดี เหตุสุดวิสัย  หรือแม้แต่สิ่งที่ ... มองไม่เห็น   กลั่นแกล้งก็ตาม   การที่คุณไม่ต้องบาดเจ็บ ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายจากความผิดพลาดนั้น รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน   เมื่อเทียบกับตัวเรา ถ้าเกิดล้มบาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย หรืออาจ ... บาดเจ็บ   ไม่ว่าเรา หรือ ผู้อื่นที่เป็นผลมาจากเรา  ยิ่งถ้าถึง........ สาหัส มาก น้อย  แค่นี้ก็ประเมินค่าไม่ได้แล้ว 

 ซึ่งแต่ละคนก็น่าจะรู้จักตนเอง  ว่าทั้งคนทั้งรถ ประสิทธิภาพ สมรรถนะ ความพร้อมสมบูรณ์ ของร่างกาย  มีสติไม่วอกแวก   ไม่ตื่นเต้น  ไม่ตกใจ  ไม่สติแตก    กระเจิด กระเจิง   


//////    ABS  ไม่จำเป็นครับ ..มองข้าม ABS ไม่จำเป็นต้องมีตัวช่วย  ถ้าใช้ระบบเบรคได้อย่างสมบูรณ์  ขั้น Perfect อยู่แล้ว   ถ้ามั่นใจในฝีมือและชำนาญช่ำชองทุกสภาพถนน   เชี่ยวพอแยกแยะหนักเบาของการเบรคได้  ทั้งการปิดคันเร่ง ใช้เครื่องยนต์ช่วยหน่วง  คือสามารถใช้เบรค ได้สมบูรณ์แบบ  ประเมินและเลือกการเบรคที่เหมาะสมได้ กับทุกสภาพถนนและเหตุการณ์   วินาที..ฉุกเฉิน ทันทีทันได ถ้ามั่นใจในฝีมือและชำนาญ   ช่ำชองทุกสภาพถนน  ประเมินและเลือกการเบรคที่เหมาะสมได้ กับทุกสภาพถนนและเหตุการณ์   วินาที..ฉุกเฉิน ทันทีทันได... ซึ่งถ้าสามารถแยกแยะการเบรคได้ถึงขนาดตรงนั้น   //////


แต่ขออย่างเดียวอย่าหลอกตัวเอง  เข้าข้างตนเอง  อย่าล้อเล่น  กับความปลอดภัย  สี่เท้ายังรู้พลาด  นักปราชญ์  ยังรู้พลั้ง   

เสี้ยว วินาที ที่ชี้..เป็น ชี้..ตาย   บาดเจ็บ สาหัส  พิการ  มาก็เยอะ  เอาอยู   ไม่อยู่ก็ว่ากันไป  ตามแต่ ประสบการณ์ของแต่ละบุคคล 

และอย่ากล้า... จนลืมกลัว...... อันตราย....  ซึ่ง อันตราย.... ถึง....มากๆๆ  .... กับการขับขี่  BigBike ......

ทั้งนี้อยู่ทีไครจะใช้การเบรคได้ดีกว่ากัน กับรูปแบบเบรคเต็มที่  กะทันหัน  สุดติ่ง จนล้อล็อค  เกือบล็อคแล้ว...ปล่อย  เป็นจังหวะได้  เพราะ ABS ก็จำลองลักษณะการทำงานของระบบเบรคนี้เช่นกัน  อยูที่การใช้ได้สมบูรณ์แบบ และดีกว่ากัน   อยูที่ความแม่นยำและความแน่นอนของไครจะมากกว่ากัน  เป็นประสบการณ์ตรงล้วนๆๆครับ ยูที่ตาตุ่ม  เป็นช่วงๆๆ   ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า"ความจำเป็นต่อรูปแบบการขับขี่ของคุณแค่ไหน

ถ้าขับขี่ไม่เร็วมาก  ไม่ค่อยเบรคแบบกระทันหัน  ขับชิลๆๆ  ไม่จำเป็นครับ  เปลืองเงินเปล่าๆๆ

***  แต่ถ้ามือเก่า-ใหม่  ที่ยังกึ่งๆๆ ยังแยกแยะการเบรค   รูปแบบการเบรค  น้ำหนักการใช้เบรคทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ไม่ถูก  ว่าช่วงเวลา   สภาพถนน  พื้นผิวถนน  สภาพแวดล้อม สถานการณ์แบบไหน   ควรใช้เบรค  แค่ไหน  ระดับไหน เอาอยู่   ไม่อยู่   หรือไม่รู้  วัด....ดวงอย่างเดียว   
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บางครั้ง  บางครา  ถ้าตัวเราเอง  เป็นประเภท  Human Error บ้างเป็นบางครั้ง  บางครา 
หรือระบบร่างกายรวน ๆๆ เป็นบางช่วงเวลา  ไม่สมบูรณ์   ร้อนไป  หนาวไป  เครียด  เหนื่อย ล้า   ไม่สบาย 
ปัญหาชีวิต.... เมีย...ไม่ตามใจ   [/color]

*** ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้   ตัวช่วยดีกว่า ...ครับ  ยังไงระบบ...กลไก   ก็รวนน้อยกว่า ... เยอะ

*** แนะนำ  ควรใช้   ABS เป็นตัวช่วยดีกว่าถ้ายังไม่อยากเสี่ยง วัดดดวงกับการเบรคเต็มที่ ล้อล็อค  การให้นำหนักเบรคทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ไม่ชัวร์ 
เอาง่ายคือมัวซะมากกว่า เอาง่ายทักษะยังไม่สูงพอ แนะนำ  ใช้ ABS เถอะครับ ใช้แบบมีตัวช่วยดีกว่าครับ   ถ้าพลาดแล้วยังมี ABS เป็นตัวช่วย   

*** ซึ่ง ABS เป็นการจำลองรูปแบบการเบรคในระดับที่ควบคุมไม่ได้    อย่าลืมนะครับว่า เสี้ยววินาทีตรงนั้นมันผ่านไปเร็วมาก เบรคกะทันหัน   กันสุดฤทธิ์ สุดติ่ง เปิด ปิด คันเร่ง   ไม่รุ้แยกแยะไม่ออก   บอกไม่ถูก    แตกต่างกันไป    ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่าเป็นประสบการณ์ตรงของผู้ขับขี่แต่ละคน ประมาณสติแตก ก็จบ
 ABS มันจะช่วยป้องกันการล็อคของล้อเวลาเบรคกระทันหันน่ะครับ คือเราจะสามารถควบคุม แล้วแต่ว่าจะเลือกใช้ให้เหมาะกับเหตุการณ์ และสภาพแวดล้อม พื้นผิวถนน  รถได้ดีกว่าถ้าเวลาต้องเบรคกระทันหัน ข้อดีมันก็คือตรงนี้แหละครับ
 พิจารณา กันดูครับ ABS  เป็นข้อคิดเห็น นะครับ  เลือกไม่เลือก เอา ไม่เอา อยู่ที่เรา ซึ่งประเมินและยอมรับ ความเสี่ยง  ด้วยตนเอง   อยู่แล้วครับ
แชร์แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ กัน  ดีครับ  เรียน  รู้  ต่อ ยอด กัน ไป  จะได้สั่งสม  ความรู้  ประ สบการณ์  จากที่ได้ ศึกษาแลกเปลี่ยนและลองฝึกฝน
ปฏิบัติ  จนเชี่ยวชาญครับ   เป็น อัตโนมัติ เมื่อเข้าสู่สถานการณ์ จริงงๆๆ 

ทหาร ยัง  มีซ้อม รบ  เราเองก็ เช่นเดียวกัน  ลองความคิด  ลองจินตนาการ และลองปฏิบัติ  ให้ถูกหลัก...และวิธี   
จะมีประโยชน์ ดีกว่า พลาดไปแล้วยัง  งง ๆๆ กับตัวเอง อยู่  ว่าถูก..หรือ...ผิด    กันแน่    ให้พลาด...ผิด...เป็นครู


////  จง..เรียน เพื่อ..รู้    จงดู  เพื่อทำ  แล้วปฏิบัติ..ให้.....ชำนาญ   และเชี่ยวชาญ    /////

เพื่อความปลอดภัยต่อ.....ตนเอง อย่าเชื่อมั่นใน สิ่งหนึ่ง สิ่งใด มากไป ทุกอย่าง มีเหตุและผล


เชื่อใจและเชื่อมั่นในตัวเราเอง  ให้มากที่สุด ผิดพลาด....ให้น้อยที่สุด  เพื่อความสุขในการขับขี่

ว่าเรา...อยู่ ประมาณไหน .... เพื่อสั่งสมให้ยิ่งๆๆ ขึ้นไป   



*** ระวังกันครับ  ขับขี่ปลอดภัย  ไม่ประมาทดีที่สุด ครับ ***

 

รวมทั้งท่าทาง   การใช้เบรคให้ถูกวิธี เพื่อการควบคุมรถ

ท่าทางการขับขี่ (Riding Posture)ที่ถูกต้อง 

 
ก่อนที่จะออกรถหรือขับขี่กันจริงๆต้องพูดถึง “ท่าทางการขับขี่” ที่ถูกต้องกันก่อน เพราะมันเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้สามารถควบคุมรถได้ง่ายและปลอดภัยขึ้นในทุกๆสภาวะ โดยจะมีที่สังเกตอยู่ 7 จุดด้วยกันคือ
Geek สายตา จะต้องมองไปข้างหน้าและกวาดสายตาไปเป็นมุมกว้างที่สุด สังเกตความเคลื่อนไหวต่างๆ อย่ามองเพียงจุดใดจุดหนึ่ง
Wink ไหล่  ไม่เกร็งเพราะจะทำให้การบังคับควบคุมไม่ดี ให้ปล่อยไปตามธรรมชาติ
Hug แขน  ปล่อยตามธรรมชาติไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป ข้อศอกไม่กาง
Clap มือ จับตรงบริเวณกึ่งกลางปลอกแฮนด์ ข้อมืออยู่ในแนวเดียวกับแขน อย่าจับในลักษณหักข้อมือ
Big smile สะโพก  นั่งให้ได้ตำแหน่งพอดีกับการควบคุม ไม่เกร็ง ปล่อยให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตัวรถ
Thumbs Up เข่า หันไปทางด้านหน้ารถ ไม่กางออก หนีบถังน้ำมันให้กระชับเพื่อความมั่นคง
Embarrassed เท้า วางบนพักเท้าอย่างมั่นคงปลายเท้าชี้ไปข้างหน้าและวางอยู่บนคันเกียร์และแป้นเบรค

สำหรับท่าทางการขับขี่แบบชูคอ มือตั้ง หลังตรง เข่ากาง เท้าชี้พื้น ไม่อยู่ในสาระบบของการขับขี่แบบนักเลงมอเตอร์ไซค์ ส่วนการออกรถมือใหม่
ที่ไม่เคยขี่รถคลัทช์มือมาก่อนมักจะ “ตั้งใจ” ในการใช้คลัทช์มากเกินไปจนทำให้เป็นปัญหา ไม่สนใจมัน ค่อยๆปล่อยออกไปในลักษณะเหมือน
ให้สปริงคลัทช์ดันออกไปเอง เพียงแต่ใช้นิ้วช่วย “หน่วงเวลา” ไม่ให้สปริงมัน “ดีด” ออกไป พร้อมๆกับการเร่งเครื่องในจังหวะและปริมาณที่เท่าๆกันออกไป
เทคนิคการใช้คลัทช์ออกตัวนั้นจะง่ายมากถ้าทำเป็น ยิ่งรถสมัยใหม่และออกแบบมาในคอนเช็พท์ให้ขี่ง่ายอย่าง NSR การปล่อยคลัทช์ออกตัว
เป็นเรื่องง่าย อาจจะต้องสร้างความคุ้นเคยกับจังหวะเปิดของ RC วาล์วซึ่งจะทำให้เครื่องชะงักเหมือนจะดับไปเล็กน้อย (แต่จริงๆแล้วมันไม่ดับหรอก)
สำคัญอยู่แต่เพียงเราต้องเตรียมพร้อมจะไปกับรถด้วยท่าการขับขี่ที่ถูกต้องในทันทีเท่านั้น ไม่ใช่ออกตัวด้วยความตกใจหรือให้รถพาไปตามบุญตามกรรม
เมื่อวิ่งได้ก็ต้องหยุดได้ “การใช้เบรก” เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเบรกมันอยู่ตรงไหน เพียงแต่ว่าจะใช้อย่างไรให้มันปลอดภัยและถูกวิธี
จะว่าไปในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์นั้น เราจะใช้เบรกเมื่อต้องการลดความเร็วหรือหยุดรถ อาจจะพูดได้อีกอย่างหนึ่งว่าเราเบรกก็เพราะว่ามีสิ่งที่เป็น “อันตราย”
หรือสิ่งที่คาดว่าจะเป็นอันตรายอยู่ข้างหน้า แต่ก็ยังมีให้พบเห็นกันอยู่บ่อยๆว่า

การเบรกของผู้ขับขี่บางคนกับสร้าง “อันตราย” ขึ้นมาเสียเอง
ทั้งนี้เพราะขาดความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนความชำนาญในการใช้เบรกอย่างถูกวิธีมาตั้งแต่แรก บางคนได้รับการสอนมาตั้งแต่ตอนหัดขี่รถใหม่ๆว่า
 “อย่าใช้เบรกหน้า”

เนื่องจากมองว่าเบรกหน้านั้นเป็นของอันตราย แต่โดยแท้จริงแล้วไม่ว่าจะเป็นเบรคหน้าหรือเบรคหลังก็เป็นอันตรายได้ทั้งสิ้นถ้าหากเราใช้ไม่ถูกต้อง




สำหรับรถมอเตอร์ไซค์นั้นเราเคยบอกเอาไว้แล้วว่ามีเบรกอยู่ด้วยกัน 3 แบบคือ

1. เบรกหน้า เบรกหน้าเป็นเบรกที่ให้ประสิทธิภาพในการหยุดมากที่สุด ให้ระยะเบรกสั้น
ที่สุด นั่นหมายความว่าถ้าหากใช้อย่างถูกวิธีแล้วจะได้รับความปลอดภัยมากกว่า
2. เบรกหลัง เป็นเบรกที่มีประสิทธิภาพในการหยุดต่ำ ดังจะเห็นได้จากการทดลองซึ่งให้
ระยะเบรกไกลที่สุด อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการลื่นไถลของล้อหลังอีกด้วย กว่า 80% ของการใช้เบรกหลังอย่างเดียว มักจะทำให้เกิดล้อหลังล็อคและเกิดการลื่นไถลจนเป็นอันตราย
3. เบรกเครื่องยนต์ การเบรกด้วยเครื่องยนต์จะเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก
และเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดในการเบรก


แล้วทำอย่างไรล่ะเราถึงสามารถใช้เบรคได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดนั่นก็คือ
การใช้เบรกทั้ง 3 อย่างถูกต้องในเวลาเดียวกัน ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากพอสมควรสำหรับผู้ที่เข้าใจผิดมาตลอดหรือไม่คุ้นเคยจริงๆ โดยเฉพาะเบรคหลังซึ่งทำงานด้วยเท้านั้นจะมีความประณีตน้อยกว่าเบรคหน้าซึ่งทำงานด้วยมือ การเกิดล้อหลังล็อคจึงมีอยู่บ่อยๆถึงแม้ว่าจะใช้เบรคหน้าและเบรคหลังพร้อมกันก็ตาม ในเรื่องนี้ก็คงไม่มีวิธีใดดีไปกว่าการฝึกด้วยตนเองจนสามารถจับความรู้สึกของล้อและน้ำหนักในการเบรคทั้งหน้าหลัง
ที่เขาเรียกกันว่า “ฟิลลิ่งเบรก” ได้ โดยปกติเราจะใช้เบรกหน้ามากกว่าเบรกหลังคิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 60/40 (เบรกหน้า 60% เบรกหลัง 40%) ลักษณะการใช้เบรคที่ถูกต้องคือค่อยๆเพิ่มน้ำหนักในการเบรคขึ้นไปทีละนิดๆจนรถหยุดอย่าใช้เบรคในลักษณะ “กระตุก” ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายได้ สำคัญอีกข้อหนึ่งก็คืออย่ารีบกำคลัทช์ บางคนยกคันเร่งปุ๊บก็บีบคลัทช์ปั๊บซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เราจะใช้คลัทช์ก็เมื่อรถใกล้จะหยุดเท่านั้นเป็นการช่วยเบรคด้วยเครื่องยนต์ไปในตัว ในขั้นแรกนี้เรายังไม่ต้องไปยุ่งกับเกียร์ว่ามาเกียร์ไหน เบรกด้วยเกียร์นั้นจนรถหยุดแล้วค่อยว่ากันต่อร เมื่อชำนาญการใช้เบรกหน้า/หลังแล้วจึงเพิ่มการ “เชนจ์เกียร์” หรือลดเกียร์ลงตามลำดับความเร็วจนรถหยุดเป็นกาใช้เบรกครบทั้ง 3 แบบตามตำรา

สรุปขั้นตอนการใช้เบรกมีดังนี้

1.เมื่อถึงจุดเบรคก็ให้ยกคันเร่งแล้วเริ่มเบรคโดยใช้เบรคหน้ามากกว่าเบรคหลังในอัตราส่วน 70/30 (ห้ามบีบคลัทช์ปล่อยไหล ยกคันเร่งเมื่อไหร่ก็เบรกเมื่อนั้น)
2. บีบคลัทช์ ลดเกียร์ ปล่อยคลัทช์ (ลดทีละเกียร์ให้สัมพันธ์กับความเร็ว)
3. เมื่อรถใกล้หยุดจึงค่อยบีบคลัทช์เพื่อกันเครื่องดับแล้วเอาเท้าซ้ายลงยันพื้น

อุปสรรคสำคัญของเบรคอย่างถูกต้องที่พบบ่อยที่สุดคือเบรคหลังมากจนล้อล็อคลื่นไถล สาเหตุมักจะมาจากใช้เบรกหลังมากเกินไปหรือใช้เบรกไม่นิ่มนวลพอ (ประเภทเท้าหนัก)
คือเป็นไปในลักษณะ “กระทืบ” หรือ “กด” ไม่ใช่ “แตะ” นอกจากนี้ก็อาจจะเป็นเพราะว่าบีบคลัทช์เร็วเกินไปจนล้อหลังไม่มีแรงเฉื่อยก็จะทำให้ล้อล็อคได้ง่าย เหมือนกับเวลาเรา
ขึ้นขาตั้งคู่หมุนล้อแล้วเบรก ล้อก็จะหยุดทันที กับถ้าเราเข็นรถกับพื้นแล้วเบรกด้วยน้ำหนักพอๆกัน ล้อจะหยุดยากกว่า วิธีการแก้ไขก็คือ “บรรจง” ในการใช้เบรกมากขึ้นคือ ค่อยๆ
เพิ่มน้ำหนักในการเบรก (ทั้งหน้า/หลัง) โดยพยายามจับอาการที่ล้อว่าความเร็วขนาดนี้ เราใช้น้ำหนักเบรกแค่นี้ มันจะมากไปหรือน้อยไป
[/color]


สิ่งสำคัญของการควบคุมรถที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ก็คือ เทคนิคการใช้คันเร่งซึ่งสามารถใช้ให้เราบังคับรถได้ง่ายขึ้นหลายคนคิดว่าบทบาทของคันเร่งมีเพียงใช้สำหรับเร่งเครื่องให้รถเคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วหรือลดความเร็วเท่านั้น แต่ผู้ที่มีประสบการณ์หรือมีชั่วโมงบินสูงหน่อย คงจะพอสังเกตได้ว่า การใช้คันเร่งนั้นช่วยใช้ในการบังคับควบคุมรถง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้นโดยไม่รู้ตัว มันเป็นเรื่องค่อนข้างยากพอสมควรที่จะอธิบายถึงการใช้คันเร่งให้ถูกวิธี นอกเสียจากว่าจะลองลงมือฝึกฝนด้วยความสังเกตสังกาและเรียนรู้ด้วยตัวเองเราสามารถบอกถึงความสำคัญและประโยชน์ของการใช้คันเร่งได้ แต่เราบอกไม่ได้ว่าเราควรจะใช้คันเร่งอย่างไรสำหรับช่วยควบคุมรถให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ เพราะมันมีตัวแปรหลายอย่างเข้ามาร่วม เป็นต้นว่า ความเร็วของรถ สภาพทางวิ่ง ทิศทางของรถ หรือแม้กระทั่งน้ำหนักและกำลังของรถก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ประสบการณ์จากการฝึกฝนและเรียนรู้ด้วยตนเองจะเป็นพื้นฐานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ได้

ทำไมคันเร่งจึงช่วยในการควบคุมรถได้?เป็นคำถามที่ผมเดาเอาว่าน่าจะอยู่ในใจของหลายๆคน ทั้งๆที่รู้กันมาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าเมื่อพูดถึง “การบังคับควบคุม” แล้ว
เรามักจะมองไปถึงระบบบังคับเลี้ยวหรือแฮนเดิ้ลบาร์ซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วการบังคับควมคุมนั้นหมายรวมถึงหลายๆอย่างที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่และหยุดรถ
 ทั้งแฮนด์ คันเร่ง เบรก คลัทช์ ไปจนถึงเกียร์ ทั้งหมดนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบังคับควบคุมทั้งสิ้น

เผื่อที่ให้ความผิดพลาด..ผู้อื่นอย่าเชื่อใจ..รถคันอื่น อุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องเวรกรรมแต่เป็นการกระทำที่ประมาท เอาไม่อยู่อย่าหวงรถ

Dum-Devil

  • มอไซด์ 250 CC.
  • ***
  • กระทู้: 114
  • ถูกใจให้เลิฟๆ 6
  • เผื่อที่ความผิดพลาดของผู้อื่น อย่าเชื่อใจรถอื่น
    • S2space Racing : รวมพล คนชอบซิ่ง
Re: /// ABS vs. No ABS อย่างไหนดีกว่ากัน ///
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 08/02/14 @20:38:40 »
การปรับเปลี่ยนวิธีการขับ โดยใช้ " S.E.E "    เป็นข้อปฏิบัติในสถานการณ์ต่างๆ

/////////   การค้นหา(Search)
///////////////     การประเมิน(Evaluate)
/////////////////////     ปฎิบัติ(Execute)


 Search

* มองกวาดทั่วๆรอบๆ มองให้ไกล เลยคันหน้า..ถัดไป ..ถัดไป .. ไม่เพ่งไปที่จุดใดจุดหนึ่ง มองไปมาตลอด
* สำรวจรอบๆ  ทั้งสองด้าน   ด้านหลัง หมั่นมองกระจกข้าง   ทั้งสองข้าง เช็ครอบๆๆตัว
*  คอยดูตำแหน่งรถ รถข้างๆๆ  และการจราจรรอบตัว สภาพถนนที่น่าจะเกิดอันตราย  คาดการณ์ถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น
*  จุดสำคัญที่ต้องเลี่ยงอันตรายและช่องทางในการหลบหลีกหรือเลี่ยง
Evaluate
* ดูว่ารอบตัวมีอะไรที่อาจจะเป็นภัยต่อเรา  บริเวณที่มี ความเสี่ยงสูง 
* ถนนและลักษณะของพื้นผิวของถนน  มัน เงา ด้าน ลื่น เส้นแบ่งถนน นูน ฝาท่อ ต่างๆ  ทราย คนข้าม ถนน หมา แมว
* รถตู้ รถเมล์ แว๊นซ์อื่นๆ รถยนต์ทั่วไป ท่าทีแต่ละคัน ตั้งท่าออก เปลี่ยนเลน ยังไง ให้คาดสถานการณ์ ล่วงหน้า  เขตชุมชน
* จุดกลับรถ การกลับรถกะทันหันเป็นจุดสำคัญที่อันตรายมากที่สุด   

Execute
* หลบเลี่ยงจุดที่อาจจะเกิดอันตราย ทางร่วมทางแยก จุดกลับรถ  ปรับตำแหน่ง และ/ หรือทิศทาง 
*  คาดการณ์ถึงปัญหาที่น่าจะเกิดอันตราย 
* รถตั้งท่าจะเบี่ยง ก็เบรค หรือ ชะลอ แล้วหาทางหลบไปอีกทาง
* น้องหมาทำหน้างงๆ ก็ผ่อนซักนิด บีบแตรเตือนซักหน่อย
* รถตู้ เข้า-ออกป้าย ก็หลบๆซะนิด
 

นอกจากนั้นก็
* สติ - ถ้าเป็นพวกขี่แล้วเหม่อ ก็ปรับตัวเอง  สติ  จดจ่อกับการจราจรรอบตัวข้างต้น   
* ทักษะ - ฝึกเท่านั้น ระมัดระวัง     ไม่ประมาท
* ความพร้อมที่จะล้ม (เครื่องป้องกัน ) "

 ****** ลดอันตรายและความรุนแรงของอุบัติเหตุให้น้อยลง  โดยใช้ " S.E.E "    มาช่วยในการวิเคราะห์ คาดการณ์ ดูว่า อะไรเกิดขึ้น เลือกตำแหน่ง ช่องเดินรถ ช่วยการมองเห็น  ลดความเร็วลงเมื่อถึงจุดเสี่ยง  จุดอันตราย    ทางสี่แยก ( จุดบอด )


/// การประเมินขับขี่ ... ถนน 3 เลน ///
http://www.clubversysthailand.com/()/3-10492/


สำคัญมาก ความปลอดภัย การใช้ความเร็ว ที่เหมาะสม  จังหวะ การขับขี่

อยู่ที่การประเมินคาดการณ์  สถานการณ์  ข้างหน้า  มองให้ไกล  และมีเวลาที่เรา มีสติ

จะตัดสินใจ ใช้อะไร รับสถานการณ์ ที่ จะเกิด ขึ้นข้างหน้า แล้วแต่สถานการณ์

ซื่ง ดีกว่า วิ่งเข้าไปแล้วไม่ทันตั้งตัว   เอา....อยู่   ไม่...อยู่  ก็ว่ากันไป ไครจะใช้ ...

เบรค เพื่อหยุดรถในกรณีฉุกเฉินได้ดีกว่ากัน   หรืออาจจะ.......ไม่ทัน......ได้เบรคเลย


***  ไม่ชัวร์  50-50  อย่าเสี่ยง  หรือวัดดวง  .... อาจดวง.... ***

 
***  ส่วนใหญ่  รถยนต์ รถ ใหญ่  คนเดินถนนทั่วไป  จะประเมินคาดการณ์ ความเร็วในการวิ่งมาถึงตัวของรถ BigBike 

ต่ำกว่าความเป็นจริง  ถ้าเทียบรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปกับรถBigBike    เพราะความเร็วในการเข้าถึง...จะเร็วกว่ารถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปมาก

ซึ่ง BigBike ที่เกิดเหตุส่วนใหญ่   คู่กรณี  จะมองว่ามีระยะเวลาพอ... ก่อนที่รถ BB จะมาถึง ... แต่คิดผิด...ซะส่วนใหญ่


เพราะการมองระยะไกลๆๆ บางทีก็แยกไม่ออกว่า   BigBike  หรือรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุดกลับรถ  U-turn   ทางแยกต่างๆๆ  ถนนซอยหรือที่เป็นเขตชุมชน   
*** 


 แนะนำ *** เข้าเขต....เสี่ยง ปรับ Mode  การขับขี่  ระมัด  ระวังให้มากขึ้น ประเมินการขับขี่ทั้งเราและผู้อื่นรอบตัว  ปลอดภัยต่อตัวเราและผู้ร่วมถนน   ***


 
 :-\   //////   เพราะ  2  ล้อ เนื้อหุ้มเหล็ก   ยังไงก็เสี่ยง  ประเมินความเสี่ยง  หามาตรการลดความเสี่ยงให้ตนเอง  เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง   +++

ถ้าศึกษา  แล้วสามารถสร้างกฎความปลอดภัย  ให้กับตัวเอง ได้จะยิ่งดี  เพราะ ความสามารถ  ขีดจำกัด ต่างๆๆๆ   ตนเอง   รู้ดี่ที่สุด  จุดเด่น  จุดด้อย

พื้นฐาน ทักษะ การขับขี่ ยิ่ง BigBike สำคัญมาก การใช้เบรค การใช้คันเร่ง  การประเมินสถานการณ์ขับขี่    รวมทั้งสมรรถนะความสมบูรณ์ของรถ

การขับขี่ในแต่ละสถานการณ์   การประเมิน  ทั้งรถ ทั้งคน  จะบอกคุณเอง 

" สำคัญมาก คือเลี่ยงจุดบอด  จุดอับสายตา ยิ่งขับเร็วๆๆ เท่าไหร่ ยิ่งอันตรายๆๆมากๆๆ ถ้าคุณมองไม่เห็นเหตุการณ์ข้างหน้าและรอบตัว "




///  บทสรุป คร่าวๆๆ  [/color]


ความผิดพลาดของผู้ขับขี่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุของรถ จักรยานยนต์ในประเทศไทย  ไม่ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเกิดเฉพาะกับตนเองหรือเกิดร่วมกับผู้อื่น แต่ผู้ขับขี่เหมือนจะเป็นสาเหตุหลัก  และไม่มีวิธีการแก้ไขใดๆหากไม่ทำความเข้าใจและสื่อสารกับผู้ขับขี่รถ จักรยานยนต์เหล่านี้โดยตรง  เพราะว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในประเทศไทยเริ่มขับรถจักรยานยนต์ตั้งแต่ อายุยังน้อย (บางคนอายุแค่ 13 ปีก็ขับแล้ว) และหลายคนก็ไม่ได้รับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นและการศึกษาเรื่องการขับ ขี่จึงจำเป็นสำหรับคนเหล่านี้

อุบติเหตุที่เกิดกับรถจักรยานยนต์หลายครั้งเกิดจากผู้ขับขี่ที่ไม่รู้ว่า พวกเขาฝ่าฝืนกฎจราจรและไม่รู้ด้วยว่าสิ่งที่ตนกระทำอยู่นั้น (การขับขี่) มีความเสี่ยงอันจะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ  ฉะนั้นแล้วความรู้เบื้องต้นด้านความปลอดภัยจึงจำเป็นอย่างเห็นได้ชัด  เทคนิคการขับขี่เชิงป้องกันอุบัติเหตุสำหรับรถจักรยานยนต์ก็มีอยู่เช่นเดียว กันกับรถยนต์และรถบรรทุก  โดยวัตถุประสงค์ของการเรียนคอร์สหรือหลักสูตรนี้เพื่อให้ผู้เรียนได้เห็น วิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง  กลยุทธ์ต่างๆ และเทคนิคที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรรู้สำหรับผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ อยู่แล้ว

ลองพิจารณากันดูครับ กับรายละเอียดแต่ละบท....ตามลิงค์

หลักสูตรการขับขี่รถจักยานยนต์ โรงเรียนสอบขับรถ เซฟ ไดรฟเวอร์ เอดูเคชั่น
http://www.safedriver.co.th/-1-.html

บทเรียนหรือหลักสูตรดังกล่าวประกอบด้วยบทเรียนย่อย 6 บท ดังต่อไปนี้

บทที่ 1 การเข้าใจความเสี่ยง
บทที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
บทที่ 3 ความพร้อมในการขับขี่
บทที่ 4 การขับขี่รถจักรยานยนต์
บทที่ 5 การลดความเสี่ยง
บทที่ 6 การปรับพฤติกรรมผู้ขับขี่

คอร์สที่กล่าวมาข้างต้นนี้เน้นให้ทราบถึงอันตรายเนื่องจากการขับขี่เมื่อ สมรรถนะทางร่างกายไม่พร้อมอันนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง   โดยแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยหนึ่งที่การบังคับด้วยกฎหมายคิดว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ สมรรถภาพด้านร่างกายลดลงเมื่อขับขี่ในประเทศไทย แต่ที่จริงมีมากกว่านั้น

การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่มีอิทธิพลต่อทัศนะคติและให้ความรู้หรือข้อมูล นอกเหนือจากประสบการณ์จริง การขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่นั้นศึกษาจากประสบการณ์ตรงแต่เรื่องความ ปลอดภัยนั้นจะต้องถ่ายทอดด้วยทางอ้อม โดยไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง เพื่อให้เกิดประสบการณ์แก่ตัวเอง
หลักสูตรนี้ได้อ้างถึงอันตราย ความเสี่ยงที่เกิดจากการขับขี่  การดื่มเหล้าขณะขับมอเตอร์ไซด์ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องออกกฎหมายควบคุม แต่ก็ไม่ได้มีเพียงแค่สาเหตุเดียว ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือผลกระทบที่เกิดจากลักษณะอุบัติเหตุในประเทศไทย

การศึกษาก็มีส่วนช่วยโดยจะมีอิทธิพลต่อทัศนะคติ  และเปลี่ยนความรู้ที่ไม่ได้รับจากประสบการณ์โดยตรง  ทักษะส่วนมากได้มาจากประสบการณ์โดยตรง ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะผลตอบกลับมาโดยตรงนั้น มันมีค่ามากสำหรับชีวิต


บทที่ 6 การปรับพฤติกรรมผู้ขับขี่


ประสิทธิภาพของผู้ขับขี่แสดงถึงทักษะการรับรู้ในการขับและความชำนาญของ ผู้ขับขี่นั้นๆ (สิ่งที่ผู้ขับขี่สามารถทำได้) ส่วนพฤติกรรมของผู้ขับขี่แสดงถึงสิ่งที่ผู้ขับขี่ได้แสดงออกหรือปฏิบัติจริง ความแตกต่างระหว่างประสิทธิภาพและพฤติกรรมเป็นแนวคิดสำคัญด้านความปลอดภัยบน ท้องถนน  ผู้ขับขี่จะเลือกตัดสินใจในระดับความยากง่ายเอง เช่น เลือกขับเร็วขึ้น ขับแทรกไปในการจราจรที่หนาแน่น หรือขับตัดหน้ารถคันอื่น ซึ่งผู้ขับขี่แต่ละคนจะเป็นคนเลือกระดับความเสี่ยงเอง

โดยส่วนใหญ่แล้วคนขับขี่รถจักรยานยนต์เชื่อว่าพวกเขานั้นขับเก่งกว่าผู้ อื่น โดยเฉพาะวัยรุ่นชายในประเทศไทย ที่คิดว่าตัวเองมีความเสี่ยงทางอุบัติเหตุน้อยกว่าคนอื่น ในทางกลับกันประสบการณ์ก็ไม่ได้เปลี่ยนทัศนะผู้ขับขี่เหล่านี้ได้ และแนวโน้มความคิดเช่นนี้ที่ว่าตัวเองมีความปลอดภัยกว่าผู้อื่นทำให้ พฤติกรรมของผู้ขับขี่มีความรอบคอบน้อยลง
ความเชื่อของผู้ขับขี่วัยรุ่นทั้งหลายทำให้เกิดประเด็นสำคัญ 2ประเด็นเพื่อให้ผู้ขับขี่แต่ละรายได้นำไปพิจารณา

ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อื่นๆที่ร่วมทางกับคุณส่วนใหญ่ก็คิดว่าพวกเขาขับเก่งขับดีกว่าคนอื่น
เป็นไปได้ว่าการประเมินความปลอดภัยและทักษะการขับตนเองนั้น อาจเขวหรือเข้าข้างตัวเองเสียมากกว่าและเช่นเดียวกันกับผู้ขับขี่คนอื่นๆ
เพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เปลี่ยนพฤติกรรม  เราควรศึกษาและมององค์ประกอบหลายอย่างที่มีบทบาทสำคัญต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่นดังต่อไปนี้

“เราขับรถเช่นเดียวกับเราใช้ชีวิต” ถ้าหากคุณใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง อดทน และใส่ใจกับคนรอบข้าง แล้วการขับขี่รถของคุณก็จะเป็นเช่นเดียวกันกับที่คุณใช้ชีวิต แต่หากการใช้ชีวิตของคนตรงกันข้ามกับที่กล่าวมาข้างต้นแล้วแน่นอนว่าการขับ รถของคุณก็จะมีลักษณะที่ตรงกันข้ามเช่นเดียวกัน ขับขี่ด้วยความก้าวร้าว เย่อหยิ่ง และมีความเสี่ยงสูง ซึ่งจะเป็นผลให้คุณมีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุสูงตามมา
ความสุขุมรอบคอบและความฉลาด- เมื่อเปรียบเทียบผู้ขับขี่ที่มีความปลอดภัยกับผู้ขับขี่ที่มีความเสี่ยงทาง อุบัติเหตุที่สูง จะเห็นว่าผู้ขับรถที่มีความเสี่ยงทางอุบัติเหตุสูงจะมีความสุขุมรอบคอบและ ความฉลาดน้อยกว่า แสดงออกในทางลบ ขัดต่อกฎหมายและสังคม เข้ากับสังคมไม่ได้


****เรียน เพื่อ..รู้   ดู  เพื่อทำ  แล้วปฏิบัติ..ให้.....ชำนาญ   และเชี่ยวชาญ  **** 



////// ขับขี่เสี่ยง !!!  วัดดวง !!!   ดวง..ดี   หรือ... ดับ   **  ประเมินการขับขี่  ** //////

http://www.clubversysthailand.com/()/t10489/
 
/// อุบัติเหตุของมอเตอร์ไซค์ ต้องโทษ...สมองมนุษย์ /// 
http://www.clubversysthailand.com/()/t10430/

/////// ** วิ่ง บนถนน เปียก ลื่น โคลน ฝุ่น ทราย Red Zone.. เอาไงดี ** ////////
http://www.er6thailand.com/board/index.php?topic=48322.0


การใช้เบรค  อย่างเดียว  เพื่อหยุดรถ  อาจเอาไม่อยู่  เพราะไม่สามารถใช้เบรคได้เต็มที่  เพราะการเบรคลงที่ล้อ  เพื่อให้รถหยุด   มีโอกาส.... แถ  .. พับ ..  กลิ้ง   นอน ... ถนน  คลุกฝุ่น  สูง    อยู่ที่ความเร็ว....ที่ใช้   และการใช้เบรค    ที่คุณประเมินว่า ใช้เบรคอย่างเดียวเอาไม่อยู่แน่ หรือไม่ชัวร์   ////
การเลือกใช้  E . . B . .  ช่วยได้แน่  ทั้งการ ควบคุม รถและการทรงตัว 


: ///// การแบนโค้ง ท่าทางการขี่เข้าโค้ง (เพิ่มคู่มือ) /////
http://www.er6thailand.com/board/index.php?topic=49632.0

**  ท่าทางในการควบคุมรถในการขับขี่เวลาเข้าโค้งด้วยความเร็วต่างๆกัน

 เพื่อให้สามารถควบคุมรถอยู่ได้  แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ได้ถือว่าปลอดภัยไปทั้งหมด เพราะต้องเรียนรู้

ในการใช้เบรค ใช้คลัตช์ ใช้คันเร่ง  ในโค้งด้วย   เพื่อประกอบในในการเข้าโค้งได้ดี...

ในความเร็วต่ำๆ คงไม่เท่าไรครับ แต่ถ้ารถใหญ่ๆและใช้ความเร็วสูงๆ

ต้องเรียนรู้ การใช้ เบรค คลัตช์ คันเร่ง Engine Brake  ให้แม่นๆ ไม่งั้นมีเก็บเห็ดข้างทางแน่ๆ...

การเปลี่ยนความเร็วในโค้ง มีผลต่อสมดุลย์ของตัวรถ การทรงตัวของรถอย่างมากพยายามเลี่ยงให้มากที่สุด


//// Engine Brake !!!! เทคนิค วิธีการใช้ !!!! ////
http://www.er6thailand.com/board/index.php?topic=50165.0

  การผ่อนคันเร่ง และแตะเบรค  การเปลี่ยนความเร็วในโค้ง มีผลต่อสมดุลย์ของตัวรถ การทรงตัวของรถ

โดยเฉพาะที่สำคัญ คือ ห้ามเปลี่ยนเกียร์ หรือ บีบ คลัตช์  ในโค้ง ซึ่งจะทำให้รถกระตุกเสียการทรงตัว

แม้แต่การใช้เบรค ก็ควรใช้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น  ใช้เมื่อมันคุมความเร็วไม่ได้จริงๆ และทำอย่างนุ่มนวล

ห้ามเบรครุนแรงการเลือกใช้  Engine Brake   ช่วยได้แน่  ทั้งการ ควบคุม รถและการทรงตัว  *** 

อยู่ที่การใช้ ว่าคุณใช้ได้ดี ถูก...ที่   ถูก...เวลา ถูกต้อง นุ่มๆ ... ไม่กระชาก   การฝึก ฝน จนชำนาญ ได้ใช้แน่   

**** 

///// เลือกรถ . หรือเลือก . คน ! เฉียด ! ! + - x / !! ล้มให้ถูก วิธี !! * * * //// 
http://www.er6thailand.com/board/index.php?topic=48092.0

ถ้าเผื่อเจอเหตุการณ์  เอาไม่อยู่  จะได้ผ่อนหนักเป็นเบา   

เราทุกคนทราบกันอยู่ว่า   ถ้าจะมาขี่บิ๊กไบค์นั้นความเสี่ยงของอุบัติเหตุก็ต้องตามมา ไหนๆก็เลือกมาทางนี้แล้ว  ยิ่ง CC. เยอะ ยิ่งเสี่ยงเยอะ

 เรามาดูเทคนิคกันดีกว่า     ถ้าเอาไม่อยู่   ควบคุมไม่ได้   ว่าเวลาล้มควรจะต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง 

ล้มแบบ Low Side    High  Side    ล้มจากการชน    ทำอย่างไรให้  ผ่อนหนักเป็นเบา


//// การล้ม...ในโค้ง  คลิป...ลองดู ...สาเหตุและวิธีการ..แก้ไข ////
http://www.er6thailand.com/board/index.php?topic=55504.0

***  ชวน...ผู้รู้..  มาร่วมกันถ่ายทอดแลกเปลี่ยน  ประสบการณ์  กับสมาชิกเรา.. ทั้ง...ใหม่  ทั้งเก่า กับเหตุการณ์แบบนี้  ***


/// การเลี้ยวแบบ Counter-Steering พลิกพริ้วได้ง่าย ช่วยในการหลบหลีก///
http://www.clubversysthailand.com/()/counter-steering-10387/

เทคนิคหนึ่ง...ที่สำคัญมากในการขับขี่มอเตอร์ไซค์และทุกคนควรจะทำเป็นคือ Counter Steering อ่านแล้วอาจจะงงว่ามันคืออะไรหนอ? ก็คือการเลี้ยวโดยหักแฮนด์สวนทางกับทางที่จะเลี้ยว เช่น จะเลี้ยวไปทางซ้ายให้หักแฮนด์ไปทางขวา จะเลี้ยวไปทางขวาให้หักแฮนด์ไปทางซ้าย  จังหวะก่อนที่เราจะเลี้ยวเพียงเสี้ยววินาทีนั้น แฮนด์รถจะหักสวนทางเสมอ แค่นิดเดียวและแป๊บเดียวเองครับ .... สำหรับการขับขี่รถจักรยานยนต์ทั้งมือใหม่หรือเก่าทุกระดับ...ประสบการณ์  วิธีการที่จะปรับปรุงการขับขี่ให้ดีขึ้น


///Basic BigBike Safety Riding คลิปทบทวนกันครับ ///
http://www.er6thailand.com/board/index.php?topic=52871.0

**** คลิปที่เป็นพื้นฐานจริงๆ ที่ควรรู้สำหรับผู้ขับขี่  BigBike  สมาชิกลองดูเล่นๆๆ  ไว้ทบทวนกันครับ ยิ่งถ้าสมาชิกใหม่ที่เพิ่งมาจับ  BigBike ควรเรียนรู้อย่างยิ่งเพื่อสั่งสมประสบการณ์ ให้มีสะสมมากขึ้นเรื่อยๆๆ ทั้งจากเรียนรู้ตรงจาก ตัวเราเอง แล้วต่อยอด จากสมาชิกเก่าๆๆ ผู้อาวุโส ต่างๆ  จะทำให้การขับขี่ ได้ดังใจ ปลอดภัยทั้งตัวเราและผู้อื่น เพราะการเรียนรู้ด้วยตนเองกับการขับขี่  BigBike ค่อนข้างอันตรายและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ  มากน้อย   แล้วแต่การขับขี่และการตัดสินใจในช่วงเวลานั้นๆๆ ว่าถูกต้องหรือไม่กับสถานการณ์ ****

ทั้งการใช้สมรรถนะของรถและคน ในการควบคุมการขับขี่่ ให้ถูกต้อง ถูกหลักและปลอดภัยทั้งต่อตัวเราและผู้อื่น การตัดสินใจ ที่ผิดพลาดในช่วงเสี้ยววินาที กับ BigBike น่ากลัวครับ มีข่าวคราวสมาชิกเราสูญเสียไปมากมาย.....
พื้นฐาน ทักษะ การขับขี่ BigBike ยิ่งสำคัญมาก  ท่าทางการขับขี่  การใช้เบรค   การใช้คันเร่ง  การเข้าโค้ง  จะทำให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ  มีความสุข  สนุกกับการขับขี่  มากขึ้น   แนะนำ ลองศึกษาจากคลิปดูครับ  มีประโยชน์แน่ๆๆ เพราะ 2 ล้อ พลาดแล้ว..เจ็บ  มากน้อย อยู่ที่เรา... และผู้ใช้รถใช้ถนน ผู้ร่วมทาง
///// เรียนรู้ทักษะในการขับขี่รถบิ๊กไบค์จากครูฝึกที่มากด้วยประสบกา­รณ์ //////
 ** ผมเคยผ่านการอบรมทั้ง คอร์ส   Basic  Bigbike  - คอร์ส  Advance Bigbike  มานานก็มีลืม  มี ตก  มีหล่น ไปตามช่วงระยะเวลา  ก็เลยมาดูทบทวนที่เคยอบรม  ว่าเราตกหล่นอะไรไปบ้าง   **


การใช้เบรค

http://www.er6thailand.com/board/index.php?topic=20295.0

การใช้คันเร่ง

http://www.er6thailand.com/board/index.php?topic=20299.0


ท่านั่ง

http://www.er6thailand.com/board/index.php?topic=20301.0


***  ประสบอุบัติเหตุกับตัวเองจนได้  ****
http://www.er6thailand.com/board/index.php?topic=50100.0

เกิดเหตุขึ้นจนได้ อาจเพราะความประมาทของผมและคนขับรถบัส

เหตุคือผมขี่กลับจากทำงานใช้เส้นทาง บางนา - ตราด มุ่งหน้าไปทางสุขุมวิท จะเลี้ยวซ้ายวนขึ้นสะพานศรีเอี่ยม ระหว่างทางที่กำลังจะเลี้ยวผมอยู่เลนซ้ายสุด เห็นรถบัสตีไฟเลี้ยวเหมือนกัน ผมดห็นว่ารถบัสเปิดไฟเลี้ยวก็นึกว่าจะเลี้ยวเหมือนกันเลยเลาะซ้ายไปช้าๆ ทันใดนั่น ประตูรถบัสก็เปิดออกมา (บานใหญ่มาก) เปิดมากระแทกกับก้านเบรกหน้าผม ทำให้ผมล้มไปข้างฟุตบาท รถล้มไปโดนที่กั่นขอบทางตรงนั้น ความเสียหายคือกระจกทั้งสองข้างพัง แฮนเบี้ยว และตำแหน่งมือครัชแหงนขึ้น พอผมพยุงรถขึ้นได้ (มีพี่อีกคนมาช่วยไม่รู้มาจากไหน) ผมก็กำลังจะคุยกับคนขับแต่พอดีเห็นผู้โดยสารเต็มรถเลย และรถที่รอเลี่ยวก็เริ่มติด ผมเลยแค่ขอเบอร์โทรพี่คนขับรถบัสไว้ กะว่าจะคุยตกลงกัน แต่คิดทบทวนดูเราอาจจะผิดเอง เลยแยกย้ายกันไป จึงอยากจะเตือนเพื่อนๆว่าขับขี่ระวังกันให้มากๆนะครับ อาจเป็นเพราะความประมาทของผมขับเข้าไปเอง และพี่คนขับรถบัสไม่เห็น

ยังไงขับขี่ระวังรถใหญ่ด้วยนะครับอาจเจอแบบผม



///////  น้ำมัน..นี่มันยิ่งอันตรายจริงๆ..ไม่ว่าที่ไหนถ้าเจอเข้าไปแล้ว control รถไม่ได้เลย..มันจะปริ้นอย่างเดียว

                             ..ระมัดระวังกันด้วยนะครับ... ถ้ามาเร็วนี่หนักครับ ถ้าช้ายังพอประคอง....   


                           เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ แต่เป็นบนถนนที่มีคราบน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงฝนตกใหม่

   ถนนในเมืองและเสันจราจร ที่มีคราบน้ำมันเกาะ อันตรายมาก     ยิ่งบางจังหวะใช้เบรคหน้า  มีแถปัด  ถึงขั้นล้มได้

             ระมัดระวังกันครับ หน้าฝน และอีกจุดบริเวณที่มีน้ำขังและมีตะไคร่น้ำลื่นได้ ครับ ระวัง  ////////



//// คลิป  Motorcycle Fail  +++ ไว้เตือนใจ +++ /////
http://www.er6thailand.com/board/index.php?topic=50639.msg820182#msg820182

****  เพราะบางครั้ง  ถ้าเราขับขี่  โดยประมาท   ส่วนหนึ่งก็มาจากการไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา    ถ้าเกิดแล้ว  อะไรจะเกิด
 หรือตามมาบ้าง  อุบัติเหตุส่วนใหญ่บนท้องถนน  ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดก็คือ  ชาวสองล้อเรา  นี่เอง   *****   

/// The Perfect Ride เพื่อการขับขี่ได้ตามใจ .... ///
http://www.clubversysthailand.com/()/the-perfect-ride/



 ///////    ถ้าคุณ Perfect  อยู่แล้ว ก็มองข้ามมันไป    /////// 


 8) ลอง อ่านหนังสือตำรา...วิชาการขับรถมอไชด์ กันดูครับ  เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

หลักสูตรการขับขี่รถจักยานยนต์   โรงเรียนสอบขับรถ เซฟ ไดรฟเวอร์ เอดูเคชั่น
http://www.clubversysthailand.com/()/t10575/
http://www.safedriver.co.th/-1-.html

8) การประเมินความเสี่ยง    การเข้าใจความเสี่ยง   การจัดการความเสี่ยง  การลดความเสี่ยง  การปรับพฤติกรรมผู้ขับขี่

เผื่อที่ให้ความผิดพลาด..ผู้อื่นอย่าเชื่อใจ..รถคันอื่น อุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องเวรกรรมแต่เป็นการกระทำที่ประมาท เอาไม่อยู่อย่าหวงรถ

Dum-Devil

  • มอไซด์ 250 CC.
  • ***
  • กระทู้: 114
  • ถูกใจให้เลิฟๆ 6
  • เผื่อที่ความผิดพลาดของผู้อื่น อย่าเชื่อใจรถอื่น
    • S2space Racing : รวมพล คนชอบซิ่ง
Re: /// ABS vs. No ABS อย่างไหนดีกว่ากัน ///
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 17/02/14 @16:43:04 »
ลองดูคลิปกันดูครับ  ABS vs. No ABS  สภาพถนนเปียกลื่น สามารถแยกแยะ  น้ำหนักและรูปแบบการเบรค





จากในคลิป   ความแตกต่างระหว่าง มีabs กับไม่มี

ประสบการณ์ การขับขี่จริง คงประเมินสถานการณ์ ตอนขับขี่ได้

มี abs มีประโยชน์มาก เพราะผมเจอมากับตัวเอง ตอนขับรถที่ไม่ abs มันเป็นอย่างไร แล้วมี abs เป็นอย่างไร

แต่อย่ากังวลว่า ไม่มี abs แล้วจะขี่ไม่ได้เลย  มีสติขณะขับขี่เสมอ  ผมว่าช่วยในการคอนโทรลรถได้

การขับขี่จริงๆเราก็ต้องดู สถานการณ์ด้วย  ไม่ใช่เจอ น้ำ เจอ ทราย แล้วกำเบรคเลย



ลองพิจารณา  ประเด็นเกี่ยวกับ ABS ระยะทางที่ใช้  กับการเบรคที่ถูกต้อง

เท่าที่ตามอ่านประเด็นเกี่ยวกับ ABS มา ผมว่าหลายๆท่านยังไม่เข้าใจหัวใจของการเบรคที่ถูกต้องนะครับ
แล้วจะไปตัดสินว่ามี ABS ดีหรือไม่ดีได้อย่างไร

การเบรคที่มีประสิทธิภาพและได้ระยะเบรคที่สั้นที่สุดคือ การลงน้ำหนักเบรคให้ได้มากที่สุดก่อนที่ล้อจะล็อค นั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะมีหรือไม่มี ABS ก็ได้ระยะเบรคเท่ากันครับ

ส่วนการเบรคจนล้อล็อค(พูดถึงล้อหลังก่อนนะครับ) ระยะเบรคที่ได้จะห่วยพอๆกันครับ โดย ABS จะยาวกว่าเล็กน้อย ส่วนไม่มี ABS สั้นกว่าเล็กน้อยแต่มีโอกาศท้ายปัดถ้าไม่นั่งหนีบถังหรือคุมรถไม่เป็น
(ไปลองด้วยตัวเองได้นะครับ ไม่มี ABS นี่ถ้าลากล้อได้สิบห้าเมตร แต่ถ้าเบรคแบบที่ผมบอก เหลือไม่ถึงห้าเมตรครับ ส่วนมี ABS กดเบรคจม สวิงอาร์มจะดีดปังๆๆๆ เพราะเบรคมันจะจับปล่อยๆๆแต่ก็ได้ระยะเบรคยาวกว่าไม่เท่าไหร่ครับ)

ส่วนเบรคหน้านั้น ถ้าไม่มี ABS ล้อล็อคก็ตัวใครตัวมันครับ ถ้ามาเร็วก็ตีลังกามาช้าก็คอพับ(แต่เคสนี้ยังไม่เคยลองด้วยตัวเอง) ส่วนถ้ามี ABS จะไม่ตีลังกาครับ อันนี้ไปลองได้
จะกระแทกปังๆๆ แต่จะยังไม่เสียการควบคุมรถครับ ถ้าเจอถนนเปียกจะเห็นผลมาก ABS ช่วยได้มากครับ

ดังนั้นถ้าจะบอกว่า มี ABS ได้ระยะเบรคยาวกว่านั้น จริงครับ แต่นิดเดียวครับ ไม่แตกต่างกันเป็นนัยสำคัญ
แล้วที่บอกว่าไม่มีก็ไม่เป็นไร ไม่อยากได้ หรือขับเก่งแล้วไม่มีก็ได้ ผมว่าถ้าเลือกได้ ควรจะมีครับ
ใช่ครับลงสนาม วิ่งแทรค ขี่ Slalom ขี่ Gymkhana นี่ให้เลือกผมว่า ABS เป็นตัวถ่วงครับ เพราะมันจะจับปล่อยๆๆในเวลาที่ไม่ต้องการครับ
ผมก็ disable ระบบ ABS โดยการถอดฟิวส์ ABS ออกซะก็เรียบร้อยแล้วครับ

แต่เราเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้ขี่ออกทริป ใช้บนถนนจริงไม่ใช่หรือ?
ฉะนั้นเราไม่รู้หรอกครับว่าขี่ไปจะเจออะไร เม็ดกรวดทราย คราบน้ำมัน ถุงพลาสติก ถนนเปียก หรือแม้แต่ถนนลาดยางแต่ใช้งานมานานจนผิวถนนมัน-ลื่น
เทคโนโลยีเหล่านี้มันช่วยเราได้จริงๆครับ ส่วนที่บอกว่าขนาดตัวพันบางตัวยังไม่มีเลย นั่นมันเป็นเรื่องของการควบคุมราคาครับ ไม่ควรเอามาเปรียบเทียบ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าได้หวังพึ่งแต่เทคโนโลยีครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือทักษะของเราครับ
ท่านั่งผิด การใช้เบรคใช้คลัชผิด ต่อให้มี ABS บวก Traction Control บวก โช็คเทพๆ ก็วัดพื้นมาเยอะครับ


ขอบคุณครับ

Credit : Z800thailand
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18/02/14 @07:57:43 โดย Dum-Devil »

เผื่อที่ให้ความผิดพลาด..ผู้อื่นอย่าเชื่อใจ..รถคันอื่น อุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องเวรกรรมแต่เป็นการกระทำที่ประมาท เอาไม่อยู่อย่าหวงรถ